กานาแลนด์

กานาแลนด์|16.jpg

จาการเชื้อเชิญของอัครทูตพาณิชย์ ท่านธาราดล ทองเรือง ที่ได้พาพวกเรามาที่ดินแดนนากา เผ่านักรบสุดแถบอินเดีย เรานั่งเครื่องจากดอนเมืองมายังKolkata แล้วต่อเครื่องอีกสนามบินไปยัง Guwahati ที่รัฐอัสสัม หรือที่ชนพื้นเมืองเรียก รัฐเจ็ดสาวน้อย ความตื่นเต้นเราเกิดขึ้นตั้งแต่ลงเครื่องบินลำใหญ่ๆแล้วลดขนาดมาเรื่อยๆจนถึง เครื่องบินที่จะไปต่อที่Dimapur ทั้งเครื่องมี12คน ลำมันกระจิ๊ดเดียว เวลาบินมันเอียงไปเอียงมา ใจผมตุ้มๆต่อมๆกับการแฉลบซ้ายขวาผ่านช่องเขาแคบๆเล็กๆ มันน่าเสียวอะไรเช่นนี้ เราผ่านมาแล้วเป็นวันที่สอง นากาแลนด์ทำไมมันเป็นดินแดนลึกลับยากคนเข้าถึง เราจะมาทำอะไรกันและป่านนี้ยังไม่ถึง แถมต้องนั่งรถต่อขึ้นเขาอีกสามสี่ชัวโมง กับเส้นทางที่ไม่มีคันขอบ ทหารถือปืนเตือนภัยทั้งเขตแดน มองลงไปมันสูงเทียมฟ้า ล้อรถมันเบียดเขา สายตาแค่ชำเลียงมอง หัวใจหล่นตุ๊บทุกครั้งที่มันโค้งไปมา  ใบสั่งถูกสั่งมาก่อนหลังออกจากduty free เหล้าชั้นดีหลายขวด ถูกสั่งให้เราหิ้วมาเป็นของติดไม้ติดมือกับคนที่นี่ เหล้าหายาก ร้านที่นี่จึงต้องติดลูกกรงเหมือนคุกขังเหล้า มีเพียงช่องให้มุดลอดส่งเหล้ากับเงินแลกเปลี่ยนกันเท่านั้น คืนนี้2องศา ไฟถูกสุมให้เพื่อนเก่าได้ล้อมวงคุยกัน เนื้อกวางหลายขาถูกปิ้งด้วยไฟอ่อนๆแกล้มกับhennessy เพียวๆคนละอึกสองอึก แก้หนาวได้ดี “เนื้อมีทุน” หอมหวานมีออกมาจากกระเป๋าห่อกระดาษเล็กๆคนละนิดละหน่อย จิ๊บเหล้าไปฟังอดีตเพื่อนเมื่อสมัย 30ปีก่อน ของท่านอาจารย์ทั้งหลาย ผมนี่ฟังไปเพลินไป ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว โรงแรมที่นี่ไม่มี มีแค่บ้านพักชาวบ้านที่แปลงสภาพเป็นโรงเตี๊ยมให้เราได้พักนอน ห้องมีจำกัด ไม่รู้ใครจัดแบ่งห้อง แต่ผมดันไปนอนกับห้องท่านทูตธาราดล ตื่นเช้ามาผมถูกด่าเปิง เมื่อตื่นมาเห็นท่านทูต นอนนอกชานกับอากาศที่หนาวลดต่ำกว่า0องศา คลุมด้วยผ้าบางๆตัวสั่นเทิ้ม หน้าแดงเถือก...เมื่อคืนอาอั๋นสนุกแต่เช้านี้,...งานเข้ากูแล้ว  สภาพท่านทูตออกอาการเครียดเมื่อผมนอนกรนเหมือนควายฝูงใหญ่ถูกเชือด จนทำให้ต้องออกมานอนนอกชานในคืนอันหนาวเหน็บ แต่แดดออกแล้ว ทุกคนต้องเตรียมตัวไปงานเทศกาลHornbillหรืองานนกเงือกของเผ่านากา และเราต้องออกเดินทางแต่ก็อีกไม่ไกล ชาวเผ่ามากกว่า40เผ่าออกมารวมกัน แต่งตัวสวยงาม ยิงปืนสนั่นด้วยปืนครก ปืนไฟ รำดาบ เล่นระบำโบราณกันคึกคัก ซึ่งประวัตินากา เขาเป็นนักรบชนป่าปกป้องตนเองจากผู้รุกราน และเขาพิสูจน์ฝีมือการรบในสงครามโลกกับต่างชาติด้วยหัวใจ มีแค่เพียงมีดและธนูกับกลศึกแสนลึกล้ำ แต่ความสามารถเก่งเพียงใด มันจะไปสู้ลูกระเบิดกับปืนกลได้ ความสูญเสียเกิดขึ้นมหาศาล ณ วันวาน แต่จะหวังให้เขายอมแพ้...ไม่มีทาง เขาไม่ยอมแพ้ใคร เขาล่าตัดหัวข้าศึกมากองไว้หน้าบ้านเพื่อบ่งบอกความแกร่งกล้าของตัวเอง ต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อ สุดท้ายรัฐกันชนสามารถปกป้องการรุกรานของต่างชาติไว้ได้ คนรุกรานต้องยอมแพ้กับความบ้ากล้ารบอย่างไม่กลัวเกรง จนไม่สามารถเข้าอินเดียได้จากเผ่านากา รัฐที่เป็นรอยต่อของพม่าเข้าอินเดีย ซึ่งครั้งหนึ่งเส้นทางนี้จะเป็นรอยต่อจากประเทศไทยผ่านอุ้มผาง จ.ตาก ลัดเลาะผ่านเข้านากาแลนด์แล้วเลยเข้าอินเดีย เป็นเส้นทางค้าขายแต่แล้วก็ล้มเลิกไป เมืองที่ติดกับพม่า อินเดีย วัฒนธรรมอหังการยังครุกรุ่นกลิ่นอายยังมีหลงเหลือ และอีกด้านยังติดกับภูฐานเมืองที่น่าเที่ยวติดอันดับโลกอยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่เมืองนากาไม่ได้มีทีท่าดูน่าสงบน่าอยู่ มีเพียงภาษา เสื้อผ้า อาหารหรือศิลปะ บ้านเมืองที่มีส่วนคล้ายกันบ้างจากที่เห็นในทีวี กับอากาศหนาวแห้ง แบบป่าสูง เหมือนเราย้อนหลังอดีตเมืองแม่ฮ่องสอน ของไทยไป20ปี เมืองนี้ไม่มีgas เขาใช้ฟืนเพื่อให้ความร้อน ทุกบ้านจะต้องปลูกต้นไม้ของใครของมัน เพราะต้นไม้ชนิดนี้ยิ่งตัดยิ่งแตก การกินเนื้อสัตว์ก็ไม่มีหมูมาให้กิน มีเพียงตัว”มีทุน”หน้าเหมือนกระทิงเป็นสัตว์ที่เลี้ยงไว้กินเนื้อ เขาเลี้ยงไว้ในป่ารวมกัน ให้มันโตเอง แต่เวลาเรียกเอามาจบวิบากกรรม เขาจะผิวปากเคาะกะลา มันก็เดินมาตามเสียงเรียกเจ้าของ เหมือนมันรู้ชะตากรรม จะเดินย่องแย่งออกมาด้วยท่าทางสงบเศร้าใจ ตอนค่ำคืนอันเงียบสงบ แต่มุมหนึ่งของคืนนี้บนเขาสูง ทางทีมงานได้รับเชิญจากผู้ใหญ่ให้ไปงานเทศกาลวัยรุ่นในเมือง เขาเดินแบบแฟชั่น หนุ่มสาวหน้าตาสวย รถหรูหรา มันมาจากไหนทำไมมันช่างขัดตากับภาพตอนกลางวันค่อนข้างชัดเจน กลางคืนสีเสียง กลางวันเงียบสงบ เมืองนี้มันเป็นอะไรกัน!!! #นากาแลนด์ #หน้า4 เส้นทางขากลับจากนากาแลนด์ เราต้องมีโปรแกรมเข้าไปเยี่ยมคนไทย”อ้ายตอน”ที่อพยพลงมาช่วงสงคราม กว่าจะถึงหมู่บ้านกับเส้นทางโหดๆเกือบ8ชั่วโมง แต่ยังโชคดีมีทหารคอยส่งต่อเป็นช่วงๆคนละเขต มาเปลี่ยนนำทางให้เราตลอด พอไปถึงหมู่บ้าน เขาจัดพิธีต้อนรับอย่างเอิกเกริก เสียงเหน่อๆของเขา จับใจความว่า พี่น๊อง พี่น๊อง !!! บรรยากาศแสนชื่นมื่นดูอบอุ่น เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองคืออินเดียยังถือว่าเขาคือ คนไทยเชื้อสายอ้ายตอน กลิ่นอายภาษา หรือวัฒนธรรมผูกข้อไม้ข้อมืออย่างชาวเหนือ ยังมีหลงเหลือที่นี่ วัดวาอาราม ก็ยังเป็นแบบไทยๆ คัมภีร์โบราณที่แบกมาจากสมัยก่อนยังคงสืบทอด ทั้งเรื่อง ยา อาหาร วัฒนธรรม ทุกคนเข้ามาหอมกอดร้องไห้ บอกคิดถึงเมืองไทย สวดมนต์อ้อนวอนว่า ก่อนตายอยากกลับไปเมืองไทยสักครั้งหนึ่ง เขาไม่มีpassport ไม่มีบัตรอะไร เหมือนคนเถื่อน แต่รัฐบาลยังคงเต็มใจให้อยู่สร้างเป็นหมู่บ้านอยู่แบบสันติสุข พอเปิปข้าวอิ่มหนำ เด็กๆห่อข้าวเหนียวกับเนื้อย่างใส่ห่อให้เรา เขาว่า กลัวหิว อีกไกลกว่าจะถึง #นากาแลนด์#หน้า5 ผ่านมาหลายวัน เส้นทางที่เรามาแทบยังไม่เจออินเดียในคำบอกเล่าว่าเป็นเมืองวุ่นวาย สกปรก ขอทาน หรืออะไรๆในทางท่ีแย่ อาจเป็นเพราะเรามาไกลเกินกว่าที่คนหลายคนจะมา ขากลับเรานั่งรถมานานมากจนสุดเขตอันตรายเข้าเขตเมืองอัสสัม ความจอแจเสียงรถบีบแตรทำให้ผมรำคาญหูมากมาย คนควักไขว่ยั้วเยี้ย รถติดนัว ผมเริ่มปวดท้อง โรงแรมที่พักอีกไกลกว่าไปถึง เพราะตลอดทางที่ผ่านมา ถึงเราจะมาไกลก็จริงแต่ระหว่างทางเราจะได้พักหรือเข้าแต่ละที่จะมีแต่ห้องน้ำดีๆ คนขับแวะปั๊มน้ำมันให้ผม ห้องน้ำในปั๊มผมจินตนาการว่าคงเหมือนปั๊ม ปตท บ้านเราสมัยเก่าๆ ว่าต้องเป็นโถนั่งยองดูสกปรกและผมก็พอรับได้ แต่ผมกลับแปลกใจแล้วเดินออกมาทันทีแล้วถามคนอินเดีย ว่านี่ ห้องน้ำเหรอ ผมปวดหนักนะ ในห้องน้ำไม่มีโถส้วม มีรูที่พื้นเพียงหนึ่งรูเขาเจาะไว้ขนาดน่าจะเท่ากระบอกข้าวหลาม ผมถามกูจะขรี้ยังไง คราวนี้ มันส่ายหัวไปมา มันพูดว่า yessss ส่ายหัว... เหี้ยยยแล้ว ขรี้จะแตก กูต้องมานั่งเล็งให้มันลงรูอีก เวรกรรม #นากาแลนด์#หน้า6 รถมาถีงเมืองอัสสัม เขาปล่อยเราลงกลางตลาดจุดนัดหมายตามเวลา ทุกคนเฝ้ารอคนประสานงานแต่จนแล้วจนเล่ายังไม่มีใครมา เราเริ่มติดต่อเบอร์โทรที่เรามีว่าเคยคุยกับใครบ้างและเราจะไปไหนต่อ หรือจะต้องรออีกเมื่อไหร่ ตอนนี้เริ่มดึกขึ้น ยิ่งเดินยิ่งหลงตามเสียงในสายพาไปจุดหมายนัดพบใหม่ มันเริ่มสับสนกับเมืองอลม่าน ยิ่งเข้าซอยคดเคี้ยวไปมา ขึ้นบันไดลงบันได ทั้งเมื่อยทั้งหิว อาหารจากคนเผ่าไทยอ้ายตอนที่เหน็บกระเป๋าเรามาหมดแล้ว เราจึงหยุดเดินหาจุดหมายและมุ่งหน้า หาที่รองท้องกันก่อนแต่สภาพอาหารพื้นเมืองที่เราเห็น ประเมินแล้วเรากินไม่ได้แน่ ทันใดนั้นแสงสีแดงเจิดจ้ามาแต่ไกลทำให้เรารู้สึกชื่นใจ นั่นไง KFC!! KFCในร้านมีแต่ฝรั่งกับคนจีนแน่นไปหมด ทุกคนคงคิดเหมือนเราในร้านจึงไม่มีที่นั่ง ทุกคนเลยต้องมานั่งกินตรงริมฟุตบาธ กินไปก็หัวเราะกันไป มื้อนี้เราคิดว่ามันเป็นไก่กับขนมปังที่อร่อยที่สุดในโลก นั่งสักพักจนBejoin เพื่อนท่านทูตขับตระเวนหาเราจนเจอที่หน้าฟุตบาธนี่เอง กว่าจะเข้าโรงแรมได้พาไปดึกโข จะจัดอาหารมาต้อนรับเรา ทุกคนมองหน้าว่า KFCมันดีที่สุด มันดีกว่าอาหารที่นี่จริงๆ  วันกลับที่สนามบินเราจะต้องไปtrannsit อีกสนามบินหนึ่ง ตอนนี้ร่างกายเราเหนื่อยล้ามาก ทั้งเวียนหัวสับสนในเมืองวุ่นวาย แต่สนามบินที่นี่กลับมีระเบียบจัดมาก ทำให้การเข้าด่านในแต่ละที่เป็นไปอย่างยุ่งยากเราก็เริ่มหงุดหงิด เขาเก็บpassport เราไปก่อน แล้วเรียกเข้าไปตรวจให้ผ่านทีละคน คนก็เยอะ แต่มันเรียกทีละคน !! จนคณะเราเข้าไปหมดแล้ว เหลือผมคนเดียว ผมก็ไปถามว่า เรียกผมหรือยัง nirun นิรันดร์ มันบอก no no no แต่พยักหน้าครึกๆๆ แม่งจะเรียกหรือไม่เรียกวะเนี่ย ไอ้พูด no พยักหน้านี่ สุดท้ายมันเปิดสมุดดูแล้วshow ให้ผมดู ผมบอกนี่แหละกูละ มันบอก yes yes yes แล้วก็ส่ายหัวซ้ายขวาสองที ไนรุน! ไนรุน! ไนรุน! เชี่ยยยย. กูชื่อ นิรันดร์ nirun แม่งเสือกอ่าน ไนรุน มิน่านั่งรอตั้งนาน ดีไม่ตกเครื่อง สุดท้ายทริปนี้มีชื่อใหม่ ไนรุน!! nirun!! #นากา  

ไนรุน!! nirun!! in นากาแลนด์


หมวดหมู่ Category

News

News

News
news-3

sirikhun

sirikhun,seafood,อาหารทะเล,ปลาสด,ปลาไทย,กินดิบ,ทะเลไทย,ตลาดสด,premium

เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลสดและปลาน้ำจืดจากทั่วประเทศไทยมีประสบการณ์มากว่า40 ปี มีความหลากหลายและมีนวตกรรมใหม่ๆเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับอาหารทะเลไทย


facebook
https://www.facebook.com/sirikhunseafood/
google
twitter
instagram
youtube
https://www.youtube.com/channel/UCinxmXp1JYsbHdKqsbJA6Hg
line_id
phone
0615879494
mail
info@sirikhun.com
address
เลขที่ 24/89 หมู่ 3 ซ.พัฒนาสาคร ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
instragram
https://www.instagram.com/sirikhun.seafood/
line
contact_intro_text
contact_name
sirikhun
contact_address
เลขที่ 24/89 หมู่ 3 ซ.พัฒนาสาคร ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
contact_email
info@sirikhun.com
contact_fax
034871225
email
info@sirikhun.com

A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Array to string conversion

Filename: page/post-detail.php

Line Number: 266

contact_phone_array
Array