กุ้งกุลาดำ ทำไมร้องไห้

กุ้งกุลาดำ ทำไมร้องไห้|104 (1)1.JPG

ช่วงนี้ที่บ้าน ไม่ค่อยได้ทำกับข้าวซักเท่าไหร่ วันๆแต่ละมื้อกินแต่ มาม่าไวไว เกือบทุกมื้อ อย่างมื้อเช้านี้  เปิดตู้เย็นปุ๊ปเจอกุ้งกุลาดำ เรียกว่ามันอยู่มานานแล้ว 4 ตัว ไม่รู้จะทำอะไรดี ไม่มีคนทำซักกะที วันนี้ ผมเลย เอามาหม่ำ กับ มาม่า ซะเลย โดยการลวกน้ำร้อนให้พอสะดุ้ง แล้วใส่ ใน ชามเลย เอาแบบ พอสุกซัก 80 เปอร์เซนต์ จะหวานนิดๆ พอกินแล้ว 1 มื้อ สำหรับคนไม่ค่อยมีเวลาทำกับข้าวอย่างผม  พอกินเสร็จ โอ้ โดนบ่นซะอุบ ว่า กินไม่เผื่อแผ่ ใคร..อ้าว ??   ทีอยู่ในตู้เย็นตั้งนาน ไม่มีคนกิน ทีเราทำกิน โดนบ่น ซะงั้น ฮ่าฮ่าฮ่า     " วันนี้ทำไมอากาศร้อนจัง  ทำไมมันร้อนแบบนี้ "  สงสัยโลกจะแตกแล้วมั้ง ผมพูดแค่นี้แหละ แต่รู้ไหม คุณแม่ผมแกเล่นนอนไม่หลับเลยแหละ เขาบอกว่า เมื่อคืนนอนคิดทั้งคืน ถ้าโลกแตกแล้ว เราจะอยู่กันยังไง แล้ว ดร.สมิธ บอกน้ำจะท่วมมหาชัยอีก เป็นเมืองบาดดาลเลย จากภาวะโลกร้อน ลูกๆหลานๆอีก หละ โอ๊ย ตายกันหมด !!! แม่ต้องไปหาซื้อที่แถวเพชรบูรณ์ ดีกว่า ดร.สมิธ บอกน้ำไม่ท่วม จะขายให้หมด แล้วใครจะมาซื้อนะ  .......ผมบอกแกว่า ไปกันใหญ่แล้ว       แค่ผมกินมาม่า แล้วบ่นว่าโลกร้อน คำเดียว แม่เล่น นอนไม่หลับ ผมกินมาม่ากับกุลาดำ ติดกรรมแล้วแหงๆ ต้องมานั่งคุยกับแม่พักใหญ่ ให้สบายใจว่า       ถ้าอย่างนั้นเราจะกินข้าวไปทำไมหละ เพราะเดี๋ยวมันก็ตายแล้ว งั้นเราเลิกกินข้าว เลิกหลับ เลิกนอน กันดีกว่า ดีไหมแม่ เพราะโลกมันจะแตกแล้ว  ... ลูกมะนาวลอยมาแต่ไกลเลย...  หาว่าประชด    แล้วแกก็มาสอนเรากลับว่า ถ้าไม่กินก็ตายไวนะซิ โลกจะแตกอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อย่าเพ้อเจ้อไปหน่อยเลย  อ้าว..ที่นี้ ทำไมผมเป็นคนคิดฟุ้งซ่านไปได้ งง จริงๆเลย     บ้านเราอยู่มหาชัยติดทะเล ยังร้อนขนาดนี้ แล้วอีสาน อย่างทุ่งกุลาร้องไห้หละ เขาจะร้อนกันแค่ไหน  ไม่เคยไปซักที แต่คิดว่า คงร้อนแบบโคตรๆแน่นอน ผมลองนึกดูว่า ใครได้ประโยชน์จากการร้อนแบบนี้บ้าง     เกลือ... ต้องเป็นเกลือ อย่างเดียว ยิ่งร้อน ตับแตกขนาดไหน ยิ่งช๊อบบบ.. ชอบ ถ้าแดดร่ม ฝนตก ฟ้าร้องหนาวๆ  คนทำนาเกลือ ล้วนไม่ชอบ   นาเกลือ    ผมก็กลับมาคิดเห็นใจคนทำนาเกลืออยู่เหมือนกัน กว่าจะได้เกลือ ร้อนซะขนาดนั้น เปรียบเทียบกันไม่ได้เลยดีกว่า  คนทำนาเกลือ เขาบอกว่า เอาน้ำมาปั้นให้เป็นตัว ใครไม่รู้บอกสบายๆ ลองไปทำดูดีกว่านะแล้วจะรู้ ผมไม่อธิบายเยอะ เดี๋ยวเอาไว้เขียนเรื่องนาเกลือ แล้วมาเล่าให้ฟัง       คนทำนาเกลือในปัจจุบัน ลดลงอย่างน่าใจหาย เพราะเมื่อประมาณ ปี พศ 2530 ยุคเศรษฐกิจ ของไทย กุ้งกุลาดำเป็นที่ต้องการของชาวโลกมากๆ ซื้อง่ายขายคล่อง  เพราะอย่างนี้เขาเลยบอกว่า กำลังจะก้าวขึ้น สังเวียนโลก กลายเป็นเสือตัวที่ 5 แห่ง เอเชีย ยุคนี้ ใครสาวได้สาวเอา เศรษฐี ไม่มีดีกรี อย่างคนมหาชัย รวยกันค่อน อำเภอ  คนทำนาเกลือก็เอาบ้าง ขายนาเกลือ แล้วไปทำนากุ้ง กุลาดำ ไปเป็นแถว นากุ้ง แบบพัฒนา มีกังหันเติมอ๊อกซิเจน ให้กับกุ้ง            เล่าเรื่องจริงให้ฟัง(ซักหน่อย) ไอ้ทิดโชติ คนบ้านบ่อ สมุทรสาคร นี่แหละครับ เป็นตัวอย่าง ได้ดี เพราะเขาสนิทกับที่บ้าน เขามาที่บ้านประจำ ลืมบอกไปว่า แม่ผม เขาทำอาชีพ จับกุ้งกุลาดำ ตามบ่อ รับจ้างจับ ใครให้มาจับ มาประมูล ต้องได้ไป จับกุ้งกุลาดำกัน  แบบที่ว่าไม่ต้องหลับต้องนอน ตรวจสอบขนาดลูกกุ้ง และความแข็งแรง เขาประคบประหงมยิ่งกว่าลูกคนเล็กอีก        ไอ้ทิดโชติ ทำนาเกลือ อยู่ดีๆ แต่มันไม่รวย ไม่เท่ ผู้หญิงเขาไม่มามองหรอก (ความเห็นของเขา)คนทำเกลือ เขาว่าเค็ม แกเลยเปลี่ยนอาชีพ รื้อ นาเกลือ ไปทำนากุ้งซะเลย แกทำนากุ้งอยู่ 2 เที่ยวเที่ยวละ 4 เดือน ได้กำไรเรียกว่า ซื้อทอง เที่ยวคาเฟ่(ยุค 2530-35 ยุคดาราคาเฟ่  กับตลกเฟื่องฟู) เลี้ยงนักร้อง กันว่าเล่น เพราะช่วงนั้น เรียกว่า มหาชัย เป็นตำบล ทีมีร้านอาหารมากที่สุดในประเทศเลย มีร้านติดๆ กันตลอดเมือง   หนุ่มแก่ พี่เฒ่า ใส่ mido เรือนทอง กันกระจาย ตบรางวัล นักร้อง เด็กเสริฟ กันที มากกว่าค่าอาหาร เสียอีก โอ้ย...เงินสะพัด ใช้ยังกับเบี้ย      ร้านทองก็มีกันเยอะ ขึ้นกันเพียบ  โจร ขโมยช่วงนั้นจึงเยอะมาก  เวลาโจรปล้น เขาไม่ปล้นรถส่วนตัวนะจะบอกให้ เพราะคนรวยพวกนี้ เขาขับรถไม่เป็น ใส่ทองกันเต็มตัว อวดรวยกันเต็มที่ เขานั่งสองแถวกันไป เวลาปล้นเขาปล้นสองแถว ได้ทองกันมากๆ แผนกเข็น แผนกดองเก็บ           แต่คุณรู้ไหม ช่วงเวลา แค่ข้ามปี สิ่งที่เคยได้มาทั้งหมด เริ่มถูกกลืนหายไป กับเศรษฐกิจ ขาลง กลับ การยอมรับไม่ได้ของชีวิตที่ตกต่ำ  ทิดโชติแกประสบ ภาวะขาดทุน จนที่ดินไม่เหลือ จนได้ข่าวว่า แกต้อง ยิงตัวตาย เพราะการต้องอยู่แบบอับอาย ที่จะต้องกลับไปมีชีวิต แบบ หาเช้ากินค่ำ โถน่าสงสาร หรือ อะไรดีนะเนี่ย  คนเลี้ยงกุ้งกุลาดำต้องกลับมานั่งร้องไห้ กัน ยกใหญ่ หรือเป็นที่มา ของ กุ้งกุลาร้องร้องไห้ ก็ไม่รู้   ไหนๆก็อ่านมาถึงตรงนี้ แล้ว ผมว่า เอาสาระกันหน่อยดีกว่า นะ Property กุ้งกุลาดำ เวลาเราเห็น ถ้าสังเกตดีๆ จะมี อยู่ 2 สายพันธ์ 1.กุ้งกุลาดำ       แบบธรรมชาติ กับแบบ พัฒนา สีจะแตกต่างกัน เนื้อก็แตกต่าง 2. กุ้งลายเสือ พันธ์ ม้าลาย       แบบนี้อยู่ในทะเลอย่างเดียว หายากมาก แต่อร่อยเนื้อแน่นดี เปรียบเทียบกันใหม่แบบจะๆ กุ้งลายเสือ ข้อมูลน้อย เพราะสินค้าน้อยมาก แต่โรงแรมภัตาคารชอบใช้ ไม่สวย แต่อร่อย  แต่ทีนี้กุ้งกุลาแบบพัฒนาก็มีข้อมูลมาเพียบครับ ต่อกันเลย     กุ้งกุลาแบบพัฒนา เขาจะซื้อลูกพันธ์มาจากบ่อเพาะ ราคาไม่กี่สตางค์่อตัว มาให้อาหาร แล้วประคบประหงม อย่าให้ตายก่อน เวลาอันควร ก็ใช้ได้ แต่ที่สำคัญกุ้งที่เลี้ยงแบบนี้ ชอบมีกลิ่น แต่คนทั่วไปก็อร่อยหมดแหละไม่รู้สึกหรอกแยกแยะยาก แต่ที่แน่ๆ เขาแยกกลิ่นที่ไม่ควรซื้อออกเป็น 3 กลิ่น 1.กลิ่นโคลน  ลักษณะเหมือนโคลนตมในบ่อ กลิ่นดินนั่นแหละ 2.กลิ่นข้าวโพด  กลิ่นเหมือนข้าวโพดอ่อนๆ ครับ 3.กลิ่นน้ำมัน  เหมือนน้ำมันท่อไอเสีย ไม่รู่มันไปเหมือนได้อย่างไร แต่มีกลิ่นแบบนี้จริงๆ  วิธีชิม    เขาเอาไปต้ม แล้วกัดเอาน้ำกุ้งมันออกมา แล้วบ้วนน้ำออกเคี้ยวไปเรื่อยๆจน เละๆ กลิ่นจะออกมาเรื่อยๆครับ เอาเนื้อทิ้งเหมือนกัน (ลองมาแล้วครับ อร่อยทุกตัวเลย 555) แต่ตอนนี้ใครจะหาชิม ไม่มีแล้วนะครับ เขาเลิกเลี้ยงกัน ไปหมดแล้ว เนื่องจากราคาไม่ดี โตช้า ตายง่าย เชื้อโรคแยะ กลิ่นก็ไม่ค่อยจะชัดเจน เพราะคนซื้อ บางคนบอกไม่มีกลิ่น อีกคนบอกมีกลิ่น แค่นี้กุ้งก็ราคาตกไปถึง โลละ 20 บาทแล้ว ทำให้เจ้าของกุ้งท้อแท้เลิกเลี้ยง  หันมาเลี้ยงกุ้งชีแฮ้ กุ้งขาวพันธ์ใหม่กันหมดแล้วหละ แต่ๆๆๆๆๆ ยังไม่หมดเสียทีเดียวกับกุลาดำ ยังเหลือการเลี้ยงแบบ ธรรมชาติ คือปล่อย ให้อยู่อาศัยกันเอง และไม่มีการให้สารเคมี กุ้งแบบนี้ สีสรรสวยงาม สดมากและรสชาติดี ไม่มีกลิ่น และสารปนเปื้อน แต่มีจำนวนน้อย ชาวไต้หวัน กับสิงคโปร์ชอบ  ผมต้องมาแย่งกับเจ้าพวกนี้ ทุกวัน แต่ก็ยังพอหาได้ เพราะแถวบ้านผมมี..... แฮ่แฮ่  ก็เลยไปถ่ายมาให้ดู การเปิดกุ้ง ใช้ท่อพยานาคช่วยในการสูบน้ำเข้าออก ประตูน้ำ ช่องทางระบายของ ประตูน้ำมีอวนไว้ดักกุ้ง      เมื่อกุ้งออกมาในช่องระบายน้ำ กุ้งจะถูกดักในอวน ก็จะใช้สวิง ตัก แล้วใช้น้ำแข็ง ในการน๊อกกุ้ง เพื่อให้ตายยย.. สนิท อย่างทันท่วงที กุ้งก็ไม่เสียหาย.. โฉมหน้ากุ้งที่ได้ สีสรรสวยงาม น่ากิน   พอวันหลัง เราก็ผ่านมา เห็นบ่อกุ้ง ก็ที่เห็นนี่แหละ  สภาพเป็นแบบนี้ไปแล้ว     สอบถามได้ความว่า บ่อกุ้ง ต้องมีการตากบ่อเพื่อไม่ให้ดินเสีย  ในเวลา 1 ปี เขาตากบ่อ 1 ครั้ง ก็ช่วงหน้าร้อนเดือนเมษายน นี่แหละ ยิ่งร้อน ดินแห้งเร็ว และก็กลับไปเลี้ยงกุ้งได้ไว ไม่ต้องรอนาน แต่การปรับสภาพดิน เขาใช้ปูนขาว เพื่อปรับสภาพดินของพื้นบ่อด้วย เพราะดินแช่น้ำนานๆ ดินจะเปรี้ยว เนื่องจากน้ำไม่ได้ถ่ายเท  ก็จะมีวิธีเพิ่มด่างเข้าไปโดยใช้ปูนขาว ให้กับดิน ก็สามารถ ปรับสภาพเป็นกลางได้ดี เมื่อถึงเวลาปล่อยกุ้ง กุ้งก็จะโตเร็ว  เพราะฉนั้น หน้าร้อน ไม่ไช่อาชีพทำ นาเกลือ อย่างเดียวที่ชอบ  อาชีพคนทำนากุ้ง ก็ชอบ ก็เพราะต้องรื้อวังมาตาก แบบร้อนๆๆๆ แบบนี้ ถ้าอย่างนั้น อากาศร้อนก็ก็ยังมีประโยชน์อยู่กับอาชีพ หลายอาชีพอยู่นะ... ว่าไหม  

คุณรู้ไหม ช่วงเวลา แค่ข้ามปี สิ่งที่เคยได้มาทั้งหมด เริ่มถูกกลืนหายไป กับเศรษฐกิจ ขาลงกับการยอมรับไม่ได้ของชีวิตที่ตกต่ำ


หมวดหมู่ Category

Blog

บทความ ประสบการณ์ความรู้ ทุกอย่างกับท้องทะเลไทย

Blog

Blog
blog

sirikhun

sirikhun,seafood,อาหารทะเล,ปลาสด,ปลาไทย,กินดิบ,ทะเลไทย,ตลาดสด,premium

เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลสดและปลาน้ำจืดจากทั่วประเทศไทยมีประสบการณ์มากว่า40 ปี มีความหลากหลายและมีนวตกรรมใหม่ๆเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับอาหารทะเลไทย


facebook
https://www.facebook.com/sirikhunseafood/
google
twitter
instagram
youtube
https://www.youtube.com/channel/UCinxmXp1JYsbHdKqsbJA6Hg
line_id
phone
0615879494
mail
info@sirikhun.com
address
เลขที่ 24/89 หมู่ 3 ซ.พัฒนาสาคร ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
instragram
https://www.instagram.com/sirikhun.seafood/
line
contact_intro_text
contact_name
sirikhun
contact_address
เลขที่ 24/89 หมู่ 3 ซ.พัฒนาสาคร ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
contact_email
info@sirikhun.com
contact_fax
034871225
email
info@sirikhun.com

A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Array to string conversion

Filename: page/post-detail.php

Line Number: 266

contact_phone_array
Array