มุมมองส่วนตัว
| น้องกุ้งจ๋า...พี่มาแล้วจ๊ะ |
|
|
|
เทศกาลปีใหม่แล้ว เชื่อว่าคนทั้งโลกกำลังรอวันนี้อยู่ หลายคนกลับบ้าน ไปเที่ยว หรือเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แต่มีคนอีกส่วนหนึ่งกำลังรอคนที่รักกลับมา.......(เน่าที่สุด) การรอใครสักคนถึงแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาอันสั้นแต่ความรู้สึกเรามันชั่งเป็นเวลาที่ยาวนาน เหลือเกิน
น้องใบเตย (หลานสาว) ลูกของพี่ชายที่อยู่เชียงใหม่เนื่องจากพี่ชายเราไปมีภรรยาเป็นสาวเชียงใหม่ โทรมาบอกว่า “ปีใหม่เตยจะไปหาอาและย่าที่บ้านนะ” ในช่วงเทศกาลหยุดยาวพี่ชายจะพาครอบครัวลงจากเหนือกลับมาบ้าน (มหาชัย) พอที่บ้านรู้ก็ดีใจกันใหญ่ โดยเฉพาะแม่ที่เขาตั้งหน้าตั้งตารอหลานสาวของเขาอยู่ เราคิดอยู่ตลอดว่าจะทำอะไรกินกันดีน้า....เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับบ้าน บังเอิญแม่ของเราผู้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางไปได้บัตรรับประทานอาหารฟรีมูลค่า 1,000 บาท มาที่ร้านอาหารแถวบ้านบ่อเลยคิดว่าจะพาไปกินที่นี้แหละประหยัดดี ถ้าจะจ่ายคงจะจ่ายเพิ่มอีกไม่กี่ร้อยบาท
และแล้วหลานสุดที่รักก็มาถึงบ้าน เขาเอาของฝากมาให้ในใจคิดว่าต้องเป็นสตอเบอร์รี่สดๆจากไร่แน่ๆเลย พอเปิดถุง.....อ้าว “แคบหมู” งงดิอะไรอ่ะ มาทั้งทีซื้อแคบหมูมาฝากแต่ก็ขอบใจที่ยังคิดถึง พอตกเย็นก็เตรียมตัวกัน รอพี่สาวให้มารับ....
ถึงร้านปุ๊บต่างคนก็ต่างเปิดเมนูตอนที่สั่งก็ดูราคาด้วยจะได้ไม่เกินงบ ณ เวลานั้นอยากกินกุ้งมากเปิดเมนูดูมีสะดุดตาอยู่ 2 เมนู คือกุ้งแม่น้ำอบชีท กับ กุ้งก้ามกรามเผา แค่ดูชื่อก็รู้แล้วว่าอะไรน่ากินกว่ากัน ปากกำลังจะอ้าสั่งกุ้งแม่น้ำอบชีทแต่สายตามองไปเห็นราคา โอ๊แม่จ๊า....ราคาตามน้ำหนักกิโลกรัมละ 850 บาท เลยสะกิดถามพี่เขยผู้เชียวชาญด้านอาหารทะเลว่ากิโลนึงมีกี่ตัว “พี่เขยบอกว่าประมาณ 4-5 ตัวโล” จะเป็นลมตกตัวละ 130 บาท งานนี้ไม่คุ้มแล้ว เลยต้องเปลี่ยนเมนูมาสั่งกุ้งก้ามกรามเผาแทน ราคาคิดตามน้ำหนักเหมือนกันแต่ราคาถูกกันกว่ากิโลกรัมละ 550 บาท ได้ประมาณ 9-10 ตัวโล
พอพนักงานรับออเดอร์ไปเสร็จก็เลยถามพี่เขยว่า กุ้งแม่น้ำกับกุ้งก้ามกรามต่างกันอย่างไร เท่าที่เห็นมันก็เหมือนกันเลยได้ความกระจ่างคราวๆว่ากุ้งก้ามกรามกับกุ้งแม่น้ำเป็นกุ้งสายพันธุ์เดียวกันแต่ความแตกต่างอยู่ที่ วิธีการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามเป็นกุ้งเลี้ยงพอถึงเวลาก็ช้อนกุ้งขึ้นจากบ่อส่วนกุ้งแม่น้ำเป็นกุ้งที่อยู่ตามธรรมชาติถึงเวลาชาวบ้านก็ออกเรือไปตกกุ้งมาขายช่วงนี้กุ้งแม่น้ำหายากมาเพราะไม่ค่อยมีใครออกเรือไปตกกุ้งเนื่องจากกุ้งไม่ค่อยมีลักษณะของกุ้งแม่น้ำก็ตัวใหญ่กว่ามีสีออกน้ำเงินที่เข็มกว่า มันกุ้งก็เยอะแถมรสชาติความหวานของกุ้งก็อร่อยมากกว่าด้วย....อย่างว่าธรรมชาติกับการเลี้ยงยังไงธรรมชาติก็ดีกว่า
มิน่าราคาแพงชิบ และแล้วมื้อนั้นก็อิ่มด้วยในราคาอาหาร 1,350 บาท เห็นไหมว่าบวกเพิ่มอีกแค่ 350 บาทเอง คุ้มสุดๆ อย่างว่าไม่มีงานเลี้ยงไหนไม่เลิกลา กินเสร็จกลับบ้านกัน เช้าวันรุ่งขึ้นพี่ชายก็ต้องกลับเชียงใหม่แล้วเศร้าเลยความสุขมักจะอยู่กับเราเพียงแป๊บเดียว ไม่เป็นไรเจอกันเทศกาลหน้าวันสงกรานต์อีกตั้ง 4 เดือน หรืออีกแค่ 4 เดือน ดีที่เราจะรอ |
| แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 04 มกราคม 2012 เวลา 17:47 น. ) |






