มุมมองส่วนตัว
| นางบุญมา&หอยแมงภู่น้ำ |
|
|
|
บุญมา ทองไทย เป็นเด็กบ้านนา ชาวดิน จ.อุบลราชธานี อายุ อานามก็ปาไปเลข 4 แล้ว จะว่าไปแกก็มีความสวยอยู่ในตัวเองไม่น้อย โดยเฉพาะการเป็นคนเจ้าเสน่ห์ทำให้หนุ่มๆ ละแวกบ้าน หลงใหล บุญมา อย่างมาก ในช่วงวัยสาว อาชีพทำนาปลูกข้าว
ไม่ได้หวังว่าจะทำนา แต่เกิดมาเป็นชาวนา จึงเป็นนิยามชนบท คือ"ต้องทำนา" หวังว่าจะมีชีวิตสบาย จึงทำงานหนัก(สังเกตที่มือที่ด้านๆ ข้อที่แตกๆ....) คนบ้านนอกนั้น พอสาวหน่อย ก็เป็นธรรมเนียมหรือเปล่าก็ไม่ทราบ 14-15 มีครอบครัวกันหมด วิถีนี้ก็ไม่พ้น บุญมา บุญมา มีผัว.....แล้ว เมื่ออายุ 14 ปี แต่อยู่ได้ไม่นานด้วยความสามารถเฉพาะตัวทำให้บุญมาเลิกกับสามีคนแรกตั้งแต่ วัยที่ยังไม่เคยใช้ นางสาว ......แต่แล้วบุญมา จึงหันเห เข้ากรุงเทพไปเสี่ยง กับวันใหม่ที่ต้องดีกว่านี้( เมื่อปี 2535) ถุงพลาสติกใส่เสื้อผ้าเก่าๆ หนึ่งใบ รองเท้าหูหนีบ 1 คู่ กับเงินติดตัว 40 กว่าๆบาท ร่อนเร่นอนป้ายรถเมย์บ้าง ขอเขากินบ้าง จนไปได้งาน เป็นเด็กรับจ้างหาบขนมถ้วย แถวๆบางนา ทุกวันต้องใส่สาแหรกไปขายแต่ด้วยนายจ้างบอก ถ้าเอ็งขายเท่าไหร่ก็ได้ค่าแรงเท่านั้น.....จนครั้งหนึ่ง ตัวเองแบกขนมถ้วย ไม่รู้ว่าที่แบกหนักเท่าไหร่ แต่เคยทำเอาสาแหรกหักมาแล้ว ด้วยการดิ้นรนสู้ชีวิต เป็นอย่างนี้ทุกวันเป็นเวลาข้ามปี จน พบรักใหม่ เด็กกว่า แต่ก็คิดหวังว่าเขาจะจริงใจ จึงทำงานหาเลี้ยง ทั้งครอบครัวที่บ้านนอก และตัวเองในกรุงเทพ แล้วชีวิตก็กลับมาผิดหวังอีกครั้ง จึงต้องแยกทางกันเป็นครั้งที่สอง สุดท้ายปัจจุบัน ได้รู้จักผู้ชายคนหนึง.. เป็นเด็กอายุอ่อนกว่า ห่างกัน 10 ปี เอาใจเก่ง พูดดี เอาอกเอาใจทุกอย่าง เขาเข้ามาในช่วงอกหักกับการประชดชีวิตของบุญมา บุญมาจึงรีบตัดสินใจเลือก เพราะการประชด บุญมาจึงมีสามีใหม่ ความเหงาว้าเหว่ ตัวคนเดียวน้อยอกน้อยใจในชะตาชีวิต บุญมาจึงเลือกผู้ชายคนนี้ คิดว่าชีวิตกรุงเทพวุ่นวาย จึง ต้องกลับบ้านนอกไปด้วยกัน พร้อมกับ ลูกใหม่อีก 1 คนที่เกิดมาพร้อมกับการประชดชีวิต วันนี้บุญมากลับบ้านมา ทำนา ด้วยหนี้สินเพิ่มมากขึ้น จากค่าใช้จ่ายที่ผลผลิตน้อย กว่าค่าเช่านา ปีละหลายหมื่นบาท แต่นั่นก็ยังไม่ไช่ปัญหาบุญมา ปัญหาบุญมาคือ สามีคนนี้ ขี้หึงมาก และเพิ่มความหึงหวงมากขึ้น เป็นอย่างงี้ตลอดและบ่อยๆเป็นเวลา 5 ปีเต็ม จนสุดท้าย ถึงฤดูเกี่ยวข้าว เป็นการหันเหเข้ากรุงเทพอีกครั้งของบุญมาด้วยสาเหตุว่า วันนี้เป็นการเกี่ยวข้าวในหมู่บ้านต้องมาช่วยกันลงแขก เกี่ยวข้าว การเกี่ยวข้าวทุกคนก็จะก้มให้หลังงอๆ โดย " เอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน" แต่แล้ว......สามีใหม่ก็หาเรื่องทะเลาะและด่าว่า " มึง…..หนอยแนะ คิดเอาใจออกห่างกูทุกอย่างเลยนะ นี่เกี่ยวข้าว กูอยู่ตรงนี้ ทำไมมึงไม่เกี่ยวมาทางกู" โอ... โฮ...คนเรา มันช่างคิดได้ ถึงขนาดการเกี่ยวข้าวไปทางเดียวกัน บุญมาบอกอยู่ไม่ได้แล้ว ไม่ได้เลิกกัน แต่ขอไปทำงานที่กรุงเทพดีกว่า แยกกันสักพัก วันนี้บุญมาจึงได้มาทำงานกรุงเทพ กับอาชีพใหม่ เป็นคนขายปลา (เขามาสมัครงานแล้วผมก็สัมภาษณ์เขา แหมมันช่างแปลกจริงๆคนเรานี่) ด้วย นิสัยยิ้มง่าย ใช้คล่อง มือเบาหยิบนั่นทำนี่ตลอดเวลา บุญมาจึงมีบทบาทในร้านค้าอยู่มาก บุญมาเห็นหอยแมลงภู่อยู่ที่ร้านค้าปลา เห็นว่าน่าจะทำให้ลูกค้าแกะง่ายขึ้น บุญมาจึงเสนอให้การแกะเนื้อหอยแมลงภู่เกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของ หอยภู่น้ำ ที่มีวางขายกันในร้านขายปลาแห่งนี้ Property หอยแมงภู่ ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "ไฉล้วง" ในภาพแรกเป็นการเลี้ยงหอยแมงภู่หอยแมงภู่ที่นิยมเลี้ยงมีอยู่ 2 วิธี คือ ใช้หลัก ปักลงดินแล้วให้หอยภู่เกาะแล้วเจริญเติบโต ด้วยอาหารจากท้องทะเล
เมื่อหอยแมงภู่เติบโต ได้ที่ คนเลี้ยงก็จะไปเก็บมาขายตามเวลาที่กำหนด ประมาณ 10 เดือน ที่ที่เขารับซื้อมีมากในมหาชัย แม่กลอง หรือทั่วไปแถบจังหวัดติดทะเล หอยแมงภู่ไทย เดี๋ยวนี้คนนิยมน้อย เพราะตัวเล็กเทียบกับ หอยนิวซีแลนด์ไม่ได้ แต่ผมเป็นชาตินิยมเล็กๆ ผมว่าของไทยถึงตัวเล็กกว่า แต่อร่อยและหวานกว่า มากแถมราคาถูกกว่าหอยนิวซีแลนด์ 5 เท่าตัวครับ
200 กว่าบาท วันนี้ก็เลยจะพาไปดูสถานที่รับซื้อหอยแมงภู่กัน ที่ทะเลมหาชัย
หอย แมงภู่จะตายง่ายมาก จึงต้องดูแลกันให้ดี ไม่งั้นตายหมด บางทีการถนอมอาหาร การเพิ่มอายุการเก็บรักษา ก็กลายเป็นอาชีพเสริมได้อีกอาชีพหนึ่ง คือการแกะหอยแมงภู่ขาย จึงต้องอธิบายกันนิดหนึ่ง หอยแมงภู่ จะมี 2สี คือ 1.สี นมขาว ช่วงหน้าหนาว หอยจะน้อยเพราะหอยแมงภู่จะเพาะพันธ์ สีที่ได้ก็จะไม่ค่อยแดง ออกสี นมขาว จัดได้เป็นหอยตัวผู้ชาย หรือ "ตัวผู้" 2.สี แดง ส่วนช่วงหน้าร้อน หอยตายง่ายเพราะอากาศร้อน แต่ที่สังเกตุหอยช่วงนี้จะแดงกว่า เรียกเป็น "หอยตัวเมีย" ในช่วงนี้แหละเขาจึงหันมานึ่งนิยมทำเป็นหอยแมงภู่ต้ม เนื้อหอยภู่ต้ม แต่ก็นั่นแหละครับ บางทีความต้องการ ความหลากหลายก็ยังมี หอยแมงภู่น้ำที่เขามาทำ หอยทอด ที่ต้องใช้หอยสดทำ จึงมีคนรับจ้างแกเป็นเนื้อแล้ว เรียก ทำเนื้อภู่น้ำ
นี่แหละครับหอยภู่น้ำ ที่มาทำ เมนูหอยทอด มาทำ เมนูออส่วน แต่ที่บุญมาคิดทำ เขาบอกลองมาทำสู้หอยแมงภู่นิวซีแลนด์กัน เขาก็ทดลองประยุกต์ระหว่างหอยภู่น้ำ กับหอยภู่นึ่ง คือ หอยผ่านร้อนผ่านหนาวครับ ต้องเรียกอย่างนี้ครับ "หอยผ่านน้ำร้อน หนึ่งครั้ง แล้วก็มาผ่านน้ำเย็นหนึ่งครั้ง" แกะมาก็ได้หน้าตา อย่างนี้ ตัวใหญ่แดง สวยงดงาม น่ากินครับ ผมว่าอนาคตหอยภู่ไทยคงไปได้ไกลถึงต่าง
วันนี้บุญมา ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ยังไม่รู้ว่าวันไหนจะต้องกลับบ้าน ไปเกี่ยวข้าว แล้วต้องมองหน้า หาสามีของแกตลอดเวลา ว่าอยู่ตรงไหนของนาข้าว แล้วต้องเงยหน้าเกี่ยวข้าว ห้ามเอาหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดินดังโบราณว่า คือต้องเกี่ยวข้าวมุ่งหน้าไปหาสามีแกอย่างเดียว ชีวิต ครอบครัวของบุญมาถึงจะมีความสุข ไม่ต้องระเหเร่ร่อน ไม่ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวเหมือนกับ ชีวิตในอาชีพขายปลาและต้องมาแกะหอยแมงภู่ ที่ "ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว" เหมือนกับวันนี้
|
| แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2011 เวลา 09:54 น. ) |















ข้อคิดเห็น
ติดตามข้อคิดเห็นนี้ในรูปแบบ RSS feeds