มารู้จัก ไอ้แมงดา กันหน่อย พิมพ์ อีเมล

  ใครรู้จัก " ไอ้แมงดา " บ้าง 

        ขึ้นชื่อว่า "แมงดา" น้อยคนที่จะรู้จักว่าเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่กลับคุ้นหูว่าเป็นการเปรียบเปรยถึง ผู้ชายที่ชอบเอาเปรียบผู้หญิงว่า ไอ้แมงดา แต่ใครรู้บ้างว่า ทำไมเขาเรียก ...แมงดา

01


      คงเริ่มเรื่อง ทีอดีตกันก่อนดีกว่า เชื่อไหม ผมรู้จักแมงดาตอนผมอายุเด็กสัก 3-4 ขวบ คือ จำความได้ ก็รู้จักแล้ว ว่างั้นเถอะ เพราะบ้านผมติดทะเล แมงดาเยอะมาก แต่ผมมารู้จักคำว่า "ไอ้แมงดา" ตอนผมเรียนอยู่่ชั้น ปวช 1 เทคนิค สมุทรสาคร ไอ้ที่รู้จักมันคงเป็นที่ไม่ดีมากหรอกนะ ตามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็นอย่างผม

 

        ผมมีเพื่อนอยู่ฝั่ง ท่าฉลอม หลายคน ก็เป็นเด็กเรียกว่า ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่หรอก กินเหล้าเมายา กินกันตั้งแต่เด็กๆ พูดอย่างไม่อายนะ  เพื่อนมันชวนไปเที่ยวอย่างว่า เออ.....เที่ยวผู้หญิงแถวท่าฉลอม จะเป็นเรื่องถือว่าเป็นประสบการณ์ก็ว่าได้ มันพาไปที่ทางรถไฟท่าฉลอม เขาเรียก โรงน้ำชา หรือ เรียกว่าก๊วน ชื่อป๋า.....ซักอย่างนึงจำไม่ได้ ผมเดินวนไปเวียนมาอยู่ข้างหน้าบ้านหลังนี้ ส่วนเพื่อนผมมันหายเข้าไปเรียบร้อยแล้ว   

    ชายหนุ่มกลางคน รูปร่างสูงผอมแห้งน่าจะแรงน้อยสงสัยติดยา(ชัวส์) เดินถามผม พี่ๆ มาเที่ยวหรือ (ตัวผมตัวกะเปี๊ยก แกเรียก...พี่) เปล่าครับ แค่มารอเพื่อน  ไม่ต้องอาย มาๆมาๆ ไม่ครับ...ผมตอบ  "เอาน่า.... ไม่มาเที่ยว เข้ามาเยี่ยวก็ยังดี มาๆ"

 

03

รูปจาก net (มันน่าจับเอาแมงดา ใส่ตู้กระจก เพราะมันคิดว่าตัวเองเก่ง แล้วถูกบังคับบ้าง)

      ผมก็เดินเข้าไปอย่างเรียบง่าย เขินอายอย่างแรง สาวๆวัย 20 น่าจะได้ แต่สวยครับ เขาบอก นี่นี่.. น้องหวีอันอัน 150 บาท น้องเสี่ยวหลิง 200 บาท โน่นดาวประจำร้าน มีดาวติดหน้าอก  น้องเหมยฟ้า 400 บาท แล้วชายหนุ่มที่กำลังพูดอยู่ก็ตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า ส่วนอีพวกโน่นที่่นั่งข้างล่าง 80 รวด .....ผู้หญิงคนหนึ่งไม่พอใจ เขาถุยน้ำลายลงพื้น แล้วพูดว่า ถุย...ไอ้แมงดา      

      หลังจากนั้น บรรยากาศก็ตึงเครียดครับ เขาเดินไปจิกผม ลากไปหลังร้าน แล้วก็เงียบหายไป พวกเรา 3 คนรีบเดิน ออกจากสถานที่ที่เขาบอก ให้มาเยี่ยวทันที คืนนั้นผมจึงมีที่เยี่ยว ที่ทุกวันนี้เวลาเจอกับเพื่อนๆ ชวนไปไหนมาไหน เขาจะบอกแกมแซวว่า ถ้าใครไม่ไปคำพูดที่ว่า  ไม่ไปเที่ยว เข้ามาเยี่ยวก็ยังดี ยังคุ้นอยู่ไม่หาย 

 

04

 

        ผมจึงรู้ว่า ไอ้แมงดา เป็นอย่างนี้ แต่ก็ชวนสงสัยต่อ ทำไม เขาเอาแมงดาเปรียบเทียบกับคนคำตอบนี้ผมจึงไปถามพ่อผมเมื่อตอนเด็กๆทันทีพ่อบอกว่าแมงดาเวลา มันอยู่ในน้ำ ตัวเมียมันจะหากินตัวผู้เป็นฝ่ายที่ไม่มีประโยชน์อะไร แต่คอยเกาะหลังตัวเมียตลอด ถ้าเจอแมงดาเราก็จะเจอ คู่กันเสมอ


05


           เอาตัวที่อยู่บน เป็นตัวเกาะหลังนั่นแหละ ทิ้งน้ำไปเลย ไม่มีประโยชน์ เอาตัวเมียอย่างเดียว แล้วดูไข่มัน ถ้ามีก็ใช้ได้ ไม่มี ก็ทิ้งลงไปในทะเล ทั้งคู่เลย เอ้อ เป็นซะอย่างี้เอง ใครเป็นผู้ชายไม่ทำงาน เกาะผู้หญิงกิน เรียกมันไปเลย "ไอ้แมงดา".... แม่ผมเสริมทันควัน

 

06


ดูไข่แมงดา ที่ท้ายลำตัว เห็นเป็นเม็ดๆ


07


ถ้าหงายปลิ้นออก จะเห็น 2 เม็ด สังเกตุดีๆ บ่งบอกว่ามีไข่


08


หน้าตาเต็มๆ จุใจ มีไข่เต็มตัว


     แมงดา มีพิษสงร้ายแรงมาก กินไม่ถูกตัว ถึงขั้นตายได้ ความจริงแล้ว แมงดา ที่มีขน และไอ้อาวุธแหลม ที่กลมๆ ไม่มีเหลี่ยม มันเห็นชัดเจนเลย ตัวแบบนี้ เรียก เห-รา กินไม่ได้ทั้งตัว กินปุ๊ป อาเจียน ถ่ายท้อง หาหมอ ไม่ทัน ตายได้ ลงหนังสือพิมบ่อยๆ แต่คนทะเลตายมากว่า คนเมืองนะ แปลก

09

10


ถ้า เห-รา ดูที่ขนกับ อาวุธแหลม จะกลมๆ มีขน ตัวนี้ไม่มีครับ กินได้


02



     พวกเขาคิดว่าตัวเองแน่นะซิครับ ไอ้พวกกินเหล้าเมาแล้วชอบคะนองท้าพนันกัน ตายทุกราย แต่คนไม่เป็นที่ชอบเอามาทำ นั้นไม่ค่อยมีหรอก เขากลัวกัน เหมือนกับ ปลาปักเป้า บ้านเรา ประเทศ ญี่ปุ่น เขากินกันเป็นเรื่องเป็นราว แถมแพงอีกต่างหาก ต้องมีใบการันตีกันเลย ว่าคนทำมีฝีมือ เขาเรียก ฟุกุ Fugu

     ยิ่ง เป็นตัวอันตราย ประเภทชอบเล่น รัสเซี่ยนรูเล็ต ทำนองนั้น เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย นั่นแหละ ราคาแสนแพง ผมอ่านหนังสือมาเหมือนกัน ไม่เคยกินหรอก แต่บ้านเรามีเป็นโรงงานราคาแสนถูก เขาบอกอันตราย ผมบอกจริงเหรอ ผมเห็นกินกันมาตั้งแต่ผมตัวเล็กๆ  เดี๋ยวนี้เห็นโรงงานใหญ่โต ลูกเขาทำงานรับราชการกันหึ่มๆ ผมยังไม่เป็นอะไรเลย ก็เหมือนแมงดาเห-รานี่แหละ ดูเหมือนกันแต่แตกต่างกัน ปักเป้าก็เหมือนกัน ดูคล้ายแต่ก็ไม่เหมือน อาจจะยากซักหน่อย ก็ให้ดูผู้ขายเป็นหลัก แล้วกัน

     ส่วน วิธีทำ แมงดา ส่วนมาก มีเคล็ดลับ อยู่นิดเดียว คือ เอาเส้นเมา ออกเพียงเส้นเดียว อันนี้กินไม่ได้ กินแล้วจะเมา แค่เอาออกก็็ใช้ได้ แต่ก่อนเอาออก เผาก่อนนะ ไม่งั้นเวลาผ่าออก ไข่แตกกระเจิดกระเจิงแน่นอน


11


เส้นเมาอยู่ตรง หยิบออกเลยครับ เป็นแท่งๆ ง่ายลองหยิบดู ปลอดภัย sure


เอกสารอ้างอิงเล็กน้อยเสริม จาก internet


แมงดาทะเล (Horseshoe crab)  

     จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จัดอยู่ในกลุ่ม สัตว์ขาข้อ (อาร์โธรพอด) มีลักษณะลำตัวส่วนหัวและอกเชื่อมต่อกัน คล้ายเกือกม้า ในภาษาอังกฤษจึงเรียกว่า House-shoe Crab และมีหางเรียวเล็กยื่นไปด้านหลัง ซึงทั่วโลกมีอยู่ 4 ชนิดแต่พบในเมืองไทย สองชนิด [3] คือ แมงดาถ้วย (Round-tail House-shoe Crab) และแมงดาจาน (Triangletail House-shoe Crab)


        แมงดาทะเลเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่ได้ขึ้นจากน้ำมาบนบกเพื่อวางไข่ซึ่งได้ วิวัฒนาการมาเป็นแมลงจนถึงปัจจุบันนี้ [ต้องการอ้างอิง]แมงดาทะเลไม่ได้มีพิษในตัวเอง แต่มีพิษจากการสะลมการกินสาหร่ายทะเลชนิดมีพิษ เมื่อคนนำมารับประทานก็จะได้รับพิษ [3] ช่วงเวลาผสมพันธุ์แมงดาตัวผู้จะเกาะหลังตัวเมียเพื่อรอการตกไข่ จึงเป็นที่มาของคำเปรียบเทียบผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกินว่าเป็น แมงดา


         แมงดาที่พบในทะเลไทยมีอยู่ 2 ชนิดคือ แมงดาจาน หรือแมงดาทะแลหางเหลี่ยม มีขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล วางไข่ตามริมชายฝั่งที่เป็นดินทราย และแมงดาถ้วย แมงดาทะแลหางกลม เห-รา หรือ แมงดาไฟ มีขนาดเล็กกว่า แมงดาจานและมีสีส้มหรือน้ำตาลเข้ม อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินโคลนและตามคลองในป่าชายเลน

 

แมงดาชนิดไหนที่มีพิษ


ไข่ของเห-รา หรือแมงดาถ้วย และมีพิษในช่วงเดือน กพ.-มิย.

 

พิษของแมงดาทะเลอยู่ตรงไหน


พิษของแมงดาถ้วยน่าจะมาจาก 2 สาเหตุคือ
1. ตัวแมงดาถ้วยไม่มีพิษแต่เกิดจากแมงดาถ้วยไปกินตัวแพลงก์ตอนที่มีพิษ หรือกินหอยหรือหนอนที่กิน แพลงก์ตอนที่มีพิษเข้าไป ทำให้สารพิษไปสะสมอยู่ในเนื้อและไข่ของแมงดาถ้วย
2. ตัวแมงดาถ้วยมีพิษซึ่งเกิดจากแบคทีเรียในลำไส้สร้างพิษขึ้นมาได้เอง


ความร้อนฆ่าพิษได้หรือไม่


          เมื่อนำไข่หรือเนื้อมาปรุงหรือผัดให้สุกโดยเชื่อว่าความร้อนสามารถฆ่าพิษได้ นั้น ความจริงแล้วความร้อนไม่สามารถ ฆ่าพิษได้เลย เนื่องจากเป็นพิษชนิดที่มีผลต่อระบบประสาทที่ความร้อนไม่สามารถทำลายเชื้อ ได้


กินแล้วจะมีอาการอย่างไร


          อาการขึ้นอยู่กับปริมาณที่กินเข้าไปมากหรือน้อย มีอาการชาที่ริมฝีปาก มือและเท้า เวียนศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ออก กลืนลำบาก หายใจไม่ออก กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการหายใจเป็นอัมพาต เนื่องจากพิษของ แมงดาทะเลเป็นพิษต่อระบบประสาทที่ควบคุมการหายใจ ในเด็กเล็กจะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่


จะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร


          วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงที่ไม่กินแมงดาทะเลเพราะอาจมีโอกาส เสี่ยงที่จะเจอแมงดาทะเลที่มีพิษได้ แต่สำหรับคนที่ชอบกินแมงดาทะเลแล้วถ้าพบว่าหลังจากการกินแล้วรู้สึกมีอาการ ชาที่ปาก หายใจไม่ออก ทำการล้างท้อง ล้วงคอทำให้อาเจียน แล้วรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด การใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นการรักษาอาการเบื้องต้น เพื่อช่วยให้คนไข้หายใจได้ หลังจากนั้นก็รักษาตามอาการ แบบเดียวกับการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษโดยทั่วไป ในปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษจากแมงดาทะเล

ดูเมนูกันเล็กน้อย

12


13


14

15

16

17

เมนู ยำแสนอร่อย

 

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2011 เวลา 11:25 น. )
 

ลิขสิทธิ์ © 2010 Seafoodlife ทะเลสดใหม่ อ่าวไทยเราเอง. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.

 


BLOG COMMENTS POWERED BY DISQUS