มุมมองส่วนตัว
| น้อยยย...น้อย หน่อย |
|
|
|
เสียงไก่ไม่มี แต่ก็พาให้พวกเราตื่นแต่เช้าเพราะหน้าที่ อยู่เสมอ ทุกวันการตั้งรับกับเหตุการณ์ที่ยังไม่ถึง ความตระหนก อาจทำให้เรานอนไม่หลับได้ อย่างค่ำคืนทีผ่านมา หากเมื่อใดเราจะคิดเปรียบเทียบกับอีกสิ่งหนึ่งนั้น ความสบายใจหรือไม่สบายใจ ย่อมเกิดมารออยู่ ให้พบก่อนเสมอ ทุกๆวัน ผมพยายามนำคำสอน นำความปิติ ที่เคยได้พบเมื่อครั้งฝึกฝนได้ในบางเวลา มาใช้อยู่บ้าง นำวัตถุบางอย่างมาคอยสอนกล่อมเกลา อยู่เป็นครั้งคราว หากวิธีนั้นจะเป็นวิธีใดวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราผ่านวันหนึ่งไปได้ ผมก็จะหาวิธีทำขึ้น อาจจะเพ้อเจ้อไปบ้าง... แต่ก็ไม่ไปเบียดเบียนใคร ผมก็จะทำอย่างเช่นตอนนี้
"เบญจมาศ" ดอกสวยริมทางไร้สกุล แต่งามให้เห็นได้ ตามทางเท้าที่เดินถึง ไม้ล้มไม้ลุก..ย่อมคลุกคลาน ตลอดเวลา ผมคงนำมาสร้างกำลังใจบ้างกับบางสิ่ง ที่ทำให้ผม หมดกำลังใจกับ ความตั้งใจที่เต็มเปี่ยมในแต่ละวัน
ผมมีอาชีพขายปลา วันๆก็จะทำแต่บาปกรรมสารพัด แต่ก็พยายามทำหน้าที่คนขายปลาอย่างดีที่สุดก็เท่านั้น กลโกงเอาเปรียบเห็นแก่ตัว มีให้เห็นอยู่เสมอ ในชื่อที่ว่า"คน" หกวัีก็เป็นสันที่ผมไปเดินตลาด ซื้อปลาจาระเม็ดสวยสด งดงามดี พอผ่าท้องออกเจอตะกั่วยัดใส่ท้อง ก้อนโตๆ ตัวละ 2 ก้อนเข้าให้....เสียอารมณ์... เล่นกันแต่เช้ารับอรุณเลย
พอหันมาเจอปลาปลาเก๋า จะนำมาแล่เป็นเนื้อขาย เอาอีกแล้ว...ผมเจออะไรรู้ไหมครับ!!! ผมเจอโซ่เหล็กในนั่น บางตัวเจอหินก้อนเท่ากำปั้นยัดมาเต็มท้อง แต่วันนี้มัน แปลกและฉลาดมากขึ้น ผมเจอปลาไหเหลยหรือปลาช่อนทะเล ทีแรกนึกว่าปลาเก๋าโหดร้ายมากๆๆ กินเข้าให้แล้ว ปลาใหญ่กินปลาเล็ก พอตัดเข้าไปเจอ โอ้พระเจ้าจอร์จ...ปลาครึ่งตัวยัดโดยฝีมือคน เอาเข้าให้อีก กลโกงสารพัด ทำเพื่อเพิ่มน้ำหนักปลา เอาละทีนี้ เจออย่างนี้เข้าผมขอไปล้างซวย ด้วยการทำบุญเลี้ยงพระที่ราชบุรี แล้วจะเลยไปเลี้ยงคนพิการซ้ำซ้อนเพื่อสะเดาะเคราะห์เสียหน่อย ไปซื้อกุ้งแม่น้ำ มาจากตลาดตัวใหญ่ๆ หวังว่าจะไปเลี้ยงพระด้วยความเบิกบาน เพราะ..ซวย..มาหลายวันติดแล้ว ก็ยังไงหละความซวยมันยังไม่หมดครับ บาปซ้ำกรรมซัด เขาเรียก ทำบุญได้บาปเสียแล้ว ก็พระท่านเห็นกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ โอฮู เฮฮากันลั่นศาลา พาให้เราหน้าบานไปตามๆๆกัน พอถึงเวลาฉัน...จากที่เสียงดังๆ เขาเรียกอาการหยุดโลกไปชั่วขณะ เงียบเป็นพริบตา ชั่วอึดใจ ต่างองค์ต่างตักกุ้งไปองค์ละตัว พอได้เวลาประธานเปิดเท่านั้น เจ้ากุ้งแม่น้ำหัวโตๆ เข้าปากพระ... หลวงตา..ร้อง......ถุ๊ย.!! นึกว่าคำชม ตะกั่วแบนก้อนเขื่องๆ ถุยออกจากปากลงกระโถนดัง เป้ง!!! เอาอีกแล้ว งานเข้า....กูอีก หัวกุ้งเสือกมีตะกั่วอีก ทำบุญได้บาปเสียแล้วเรา เอ้า..คิดใหม่ คิดบวก ไอ้คนที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นคราวที่เราจะเจอกัน เป็นส่วนน้อยของคนส่วนใหญ่ คนอื่นเขาไม่ได้ เป็นตามนี้ อโหสิ อโหสิ ยกโทษให้ผมด้วยนะ..ไอ้พวกนี้ แต่ว่าหละครับ สิ่งไม่ดีล้วนมีสิ่งเปรียบเทียบ กับประสบการณ์ที่เราเคยสัมผัสมาก่อนเสมอ ไม่งั้นเราจะแยกแยะไม่ได้ว่าสิงใดดีหรือไม่ ความโกหกมาควบคู่กับความจริง เป็นโกหกแบบจริงๆที่เราพบ ในความไม่จริงตลอดเวลา
ต้นบอนไซตาย แต่ต้นใหม่แทรกขึ้นมา เห็นไหมไม่เลวร้ายเสมอไป โลกใบนี้ยังคงเป็นวัตถุ ก้อนกลมแบนใบหนึ่ง ไม่มีอะไรต่างจากเดิมมาถึงกาลนี้ เราต่างหากที่ยังอยากให้อดีตที่ผ่านมามันคงอยู่ กฏไตรลักษณ์บอกเราให้จดจำไว้ว่าพื้นที่ ที่ไม่มีอาณาเขตและฐานที่ตั้งรองรับของสถานะการคงอยู่...นั้นไม่มี ทำไมเราต้องยึดว่าสิ่งต่างๆที่เราพบ จะเป็นโลกที่เราต้องการตามนั้น หากเราอยู่บนฐานของสิ่งที่เห็นจริงๆ เพราะการเห็นจริงแบบตาเราเห็น มีความไม่จริงซ่อนอยู่ตลอด จุดหนึ่งที่ทำให้เราเป็นสุขได้ คือการยอมรับในจุดที่เราพอใจ ความพอใจจึงไม่ได้ไปกำหนดสิ่งต่างๆภายนอก แต่มันมาขีด ความอิ่มอกอิ่มใจ ให้กับเราทันที หากเมื่อเรารู้สึกแล้วเห็นความพอใจตามนั้น แล้ ยังเชื่อได้อีกสิ่งหนึ่งว่า การเบิกบานจากปิติจะเกิดขึ้นมาจากการสร้างขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นเองจากปัจจัยภายนอก แต่ล้วนทำให้เบิกบานเหมือนดอกไม้ ที่เบ่งบาน ล้มลุก... แล้วสดชื่น หลายคน หลายที่มา จึงแตกต่างทางพื้นฐาน การประกอบอาชีพ ทั้งสุจริต จริงใจในอาชีพ จริงใจในกันและกัน ย่อมแตกต่าง มีปะปนกันทั่ว คละคลุ้งกันไป เขาจึงให้นิยามว่า "คน" คนจึงเกลือกกลิ้งสารพัดความคิด แต่ละบุคคล หากเรา คบกันที่ใจ คบอย่างไร วันเวลาคงจะตัดสินกันเอง พิสูจน์ได้หากเรามีเวลาพอ หากเราสามารถกำหนดเวลาได้ ฝันที่เคยตั้งใจไว้กับความพยายามแห่งแรงกล้าย่อมสำเร็จ ได้ทุกอย่าง....ผมเชื่อเช่นนั้น เราคงต้องเสียสละให้มากกว่านี้จะได้ไม่มีใครมาเอาเปรียบเราเพราะเรายังให้ไม่พอ หากเราคิดว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่า ..มันย่อมดีกว่าแน่นอน
ความฝันที่ถูกขีดเขียนเมื่อวันเมาๆๆ วันหนึ่ง นานมาแล้ว ถึงเวลาขับรถกลับแล้วสินะ ผมก็ขับมาเรื่อยๆ ขากลับเราแวะที่วัดเขาช่องพรานที่ราชบุรี เป็นวังค้างคาว สถานที่ที่มีค้างคาวนับล้านๆตัว อาศัยอยู่ เรานั่งรอประมาณชั่วโมงกว่าๆกว่าจะค้างคาวจะออกตามเวลาของแม่ค้าข้างๆวัดบอก 55 พอฟ้าใกล้มืด เราเริ่มได้กลิ่นค้างคาวเริ่มมาแล้ว นาฬิกาไม่ได้บอกค้างคาว ว่าได้เวลาแล้ว แต่มันก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี ค้างคาวนับไม่ได้มากมายออกจากถ้ำ นับว่ามันได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว นั่นไง..... ค้างคาวสอนผมอีกแล้ว ได้เวลาก็ทำ ถึงเวลาก็กลับ ก็แค่นี้เอง ให้ผมทำหน้าที่ของเราไป อย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้วอย่าฟุ้งซ่าน สุดท้ายค้างคาวก็มาสอนผมว่า "คิดให้มัน น้อยยยยย......น้อย..หน่อย"
|
| แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 09 สิงหาคม 2011 เวลา 13:59 น. ) |







