มุมมองส่วนตัว
| วันวานยังหวานอยู่(แม่เล่าให้ฟัง@3) |
|
|
|
แดดก็มี ฝนก็ไม่ตก แต่คลื่นนี่สิ แรงชะมัด!!!! ฝ่าฟัดกระหน่ำ กระทบกาบเรือ คนกระเด็นกระดอน กลิ้งกันไปมา ไต้ก๋งบอกไม่ไหวหละ....ต้องหาที่แอบ ลมตังฮวง(ภาษาแต้จิ๋ว เป็นชื่อทิศทาง)ลมมาทางนี้.. กูว่ามึงเอาใบแอบเข้าทิศนั้น ไปเร็วๆๆๆ
แถวนี้ปากทะเลตังโป๊ย (อยู่แถว ต.โคกขาม สมุทรสาครในปัจจุบัน)เอานี่แหละ ปีกโค้งหลบลม อยู่ซักพักท่าจะดี ว่าแล้วทุกคนก็ลงจากเรือ มาขอน้ำขอท่ากับชาวบ้านแถบนี้ เขาว่า ช้างเผือกอยู่ในป่า เห็นท่าจะจริง คนอะไรช่างงามขนาด นายก๊กไถ้ แซ่เตีย(แสงสุขเอี่ยม) คิดอยู่ในใจ ฝ่ายหญิง กิมจำ แซ่เล้า อยู่ในบ้านกำลังขัดล้างครัว ตามประเพณีโบราณครัวกระทะ หม้อ ต้องไม่ดำขนาดใช้ฟืนหุง ยังต้องขัดให้เอี่ยมอ่องเป็นการแสดงตัวว่าบ้านนี้ มีลูกสาวและผู้เป็นแม่อบรมลูกสาวมาดี (คนโบราณเขาจึงดูหม้อในครัวว่าสะอาดแปลว่าลูกสาวบ้านนี้ขยันว่านอนสอนง่าย) เดี๋ยวนี้ขนาดเป็นเตาแก๊ส ไปดูเถอะ ในครัวหม้อ....ดำเขรอะ
รักแรกพบจึงเกิดขึ้น ระหว่าง ก๋งก๊กไถ้ กับ ยายกิมจำ เหมือนฟ้าเป็นใจคลื่นลมก็ไม่ไช่ฤดูจวนพลบค่ำก็ไม่เห็นทีท่าจะเบาฝนก็ไม่มี อะไรกันนี่ต้องขอค้างแถวนี้ซักคืน... และแล้วล่วงมาอีกคืน ฝนไม่ได้ตกแล้วแต่ทำไมลมแรงอย่างนี้ คลื่นลมเรือใบอย่างเราไปไม่ได้แน่ และแล้ว 7 วันแห่งการอยู่ทะเลตังโป๊ย หัวใจไอ้หนุ่มตังเก ก็เกิดหวั่นไหวขึ้นมา "ลมพาพัดจากฟากฟ้า มาฝากฝังยังฝั่งคลอง" รักเกิดเรียบร้อยแล้ว...แต่ยังไม่ได้สนทนากันซักคำ เมื่อฝ่ายหญิงเอาแต่เก็บตัว หัวเราะกันครึน!!!! เมื่อยายกิมจำนั่งเล่าเรื่องตัวเองเป็นนิยาย series ยิ่งกว่าหนังเกาหลี ให้หลานๆฟัง ขณะนั่งกันทำขนมเทียน ขนมเข่ง อยู่ในบ้านญาติพี่น้องเพราะมันใกล้เข้ามาอีกปีแล้ว "เทศกาลตรุษจีน" ยายกิมจำ เด็กๆ ผู้ชายเขาไม่ไห้ห่อขนมเทียน เพราะต้องไปตัดใบตองแล้วเช็ดด้วยน้ำมันหมูให้เรียบร้อย คนโตๆก็จะกวนไส้ ทั้งหวานทั้งเค็ม กันสนุกสนาน ส่วนเด็กสาว ต้องห่อขนมเทียน ให้มีลักษณะป้านแหลมสวยงาม เพราะยายบอกว่าเด็กสาวมาปั้นให้สวยๆ เอ็งโตขึ้น อยากได้ หน้าอก หน้าใจ แบบไหน ก็ให้ตั้งใจทำ อย่างนี้นี่เองสาวๆที่บ้านจึงแย่งกันห่อย่าง สนุกสนานพอมีเสียงหัวเราะกันบ้างในเวลาทำงาน ผู้ใหญ่ก็จ้าละหวั่นในการเตรียมของขึ้นเซ่นไหว้ ซาแซ โหงวแซ มีครบครัน ที่ขาดไม่ได้ เกือบลืมทุกปี คือหมึกแห้ง หมึกผ่าไหว้เจ้า ขนาด Big size ชุดละ 1 ตัว เด็กๆอย่างเราเล็งไว้ พอเสร็จ เราจะย่างด้วยควันไฟ แล้วทุบด้วยสากอันโตๆ ให้เนื้อนุ่มแตกซุยๆๆ กินกันอย่างอร่อย เหลือจากการย่าง ก็เอาไปทำเมนูแกงจืดหัวไชเท้าใส่หมึกแห้ง(นานๆกินทีก็น่าจะอร่อยเหมือนกัน แต่ก่อนกินบ่อยเลยขอร้องว่าห้ามทำ นี่ก็ 20 ปีแล้วซิ ผมไม่เคยได้กินมันเลย ..ไม่น่าบ่นเลยจริงๆ ตอนนั้น)
ที่เหลืออีกอย่าง จะใส่เป็ด หรือหมูสามชั้นก็เลือกเอา
หมึกแห้งไหว้เจ้าแบบนี้ เขาไม่ได้มาทำบนฝั่งหรอก ได้จากเรือก็ทำจากเรือ เอาดีออก แบะตัวออกรีดแบนๆๆ ล้างน้ำทะเล แล้วตากกลางลำเรือ 2 แดด แห้งสนิท เป็นหมึกไหว้เจ้า คุณภาพดี ระดับ premiem กันไป
จำลองการเอาดีหมึกออก กับแบะหลังหมึก
มึศอกไหว้เจ้า ขนาดใหญ่ ถ้าเอาหมึกผ่าไหว้เจ้าไปเทียบกับ หมึกบดแถวล่างตัวเล็ก แถวบนตัวใหญ่ เทียบกันไม่ได้ ขนาดหมึกแถวบนตามร้านเวลาบดแล้วยาวขนาดไม้บรรทัด แต่ถ้ามาเอาหมึกศอกไหว้เจ้าไปบด ผมว่าคงยาวเป็นปล่องโรงสีแน่ๆ 555
พอในวงห่อขนมเทียนเริ่มเงียบ ???? ยายจำอายุ 80 เริ่มเปิดเรื่องความหลังกันต่อให้หลานๆฟัง ยายจำ ชื่อจำ เป็นชื่อของยาย ฟังแล้วดูมีความจำเป็นเลิศ เพราะยายจำอดีตได้อย่างแม่นยำ แม้กระทั่งชื่อคน ไปทำอะไรทีไหน เมื่อไหร่ สุดยอดจริงๆ แต่อย่าถามว่า วันนี้กินข้าวหรือยัง แกตอบคำเดียว.....ยัง....ไปหาหมอที่โรงพยาบาล เรื่องความจำ หมอให้ยามากิน เขาบอกยาหลังอาหาร กับยาก่อนนอน ให้ มา 2 เดือน ผมบอกแล้วว่า "ยายความจำดีไม่ได้หลง" ยายไม่เคยลืมกินยาซักครั้งตามหมอพูดทุกอย่าง ไม่ถึงเดือนยาหมด ผมพาไปหาหมอ เขาบอกยาหมด จะไปซื้อแกก็มีปากเสียงเถียงกับหมอ หมอ: ทำไม!!!ยาหมด ยาย: ก็กินตามหมอทุกอย่าง "เป็นไงครับยายผม ความจำเป็นเลิศ " ยายบอกก๋งหล่อ ตอนหนุ่มๆแต่อย่าถามกลับหละว่ายายสวยหรือเปล่า มุขแกเยอะ.... สมัยอภัสรา หงสกุลประกวดนางสาวไทย ยายยังสาวๆอยู่ คนแถวบ้านบอกยาย สวยนะนี่ น่าจะไปลงแข่งกับเขามั่ง ยายยิ้มด้วยความภาคภูมิ
ยายครับ.... อภัสรา หงสกุล ตอนนี้เขายังสวยอยู่เลยนะครับ เขารุ่นน้องยายไม่กี่ปีเอง เขายังสาวอยู่เลย อายุขนาดนี้ ยังใส่รองเท้าส้นสูงออกงานได้อยู่ แต่ยายต้องใช้ไม้เท้า แถมยังไปผ่าหัวเข่ามาอีก 2 ข้าง มันเทียบกันไม่ได้นะ ...เท่านั้นแหละ ในวงขนมเทียน หัวเราะกันท้องแข็ง ยายงอนไม่พูดต่อเลยทันที
คุณอาภัสรา หงสกุล ซักพักก็พูดต่อ หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ทุกเทศกาล ก๋งเอ็ง ก็จะจับเอาปลาหน้าหัวสะพานมานึ่งโดยไม่ขอดเกล็ด เพราะเขาเชื่อว่าจะสมบุรณ์ต่อการไหว้และสามารถเก็บไว้ไหว้ได้ไม่เสียง่ายกว่าขอดเกล็ด เตรียมนึ่งตั้งแต่วันจ่าย นึ่งให้สุกๆๆๆ กว่าจะไหว้เสร็จอีกวันหนึ่งจะได้กินกันต่อได้ ปลาเน่าเร็วกว่าเป็ดเยอะ
ส่วนเป็ด ที่เลี้ยงไว้ ก๋งก็จะจัดพิธีสังหารก็เชือดเป็ด เชือดไก่นั่นแหละ แล้วก็ต้มด้วยยางเหนียวๆๆเคี่ยวจนขน ติดกับยางเหนียวแล้วล้อมวงนั่งถอนขนเป็ด ใช้แหนบหนาๆๆ งับขนออก อีกเมนูหนึ่งที่ก๋งชอบทำ คือแกงจืด ถั่วลิสงกับหน่อไม้เป็นแผ่นๆดอง กับที่ขาดไม่ได้คือเผือกหิมะ อร่อยประทับใจมากๆ (เพราะผมเป็นคนชอบกินเผือกอย่างแรง)
ส่วนภาพของก๋งที่ยัง หลงเหลือในความทรงจำเก่ากับการเล่าเรื่องของยายจำ มันยังคงอยู่กับยายตลอดเมื่อถึงเทศกาล "ไอ้เก๋าเจ้ง หูบ้อ!!!!"
ยังจำได้ แว่วอยู่ในหู ถึงหลานๆทุกคน เมื่อไอ้หมามาขโมยมาขโมยเป็ดที่แกนั่งถอนขนมาทั้งคืน อยู่ทุกเทศกาลสุดท้ายคือเสียงกรนอันเป็นเอกลักษณ์ดังสนั่นหวั่นไหว ยังก้องอยู่ในหูพวกเราทุกคน แต่นับมาเมื่อแกหลับไม่ตื่น . . 4 ปีแล้วสินะ ที่เราไม่ได้ยินเสียงแบบนี้ บรรยากาศตรุษจีน เริ่มเงียบไปอีกปี ลูกหลานเด็กๆ เริ่มห่างจากกัน ความสามัคคีเริ่มหดหายไป ยายบอก ...แม่เล่าว่าถ้าวันข้างหน้าไม่มีผู้ใหญ่อย่างเราเทศกาลตรุษจีน ที่มีนัยยะถึงการรวมตัวของพี่น้อง การปรองดองเมื่อพี่น้องมีปากเสียงกันระหว่างปี ก็มาคืนดีกันรักใครกัน ปรับความเข้าใจกันและกัน ที่สำคัญการระลึกถึงความกตัญญูของคนเก่าโบราณ ที่ให้กำเนิด พวกเรามา
ก๋งยาย แม่ กับพี่น้องของแม่รวม 11 คน เดี๋ยวนี้เวลามาตรุษจีนมาเป็นกองทัพลูกหลานเต็มไปหมด ไม่ต่ำกว่า 50 ชีวิต
คุณค่าของคนโบราณเทียบเป็นราคาเป็นมูลค่าแล้ว.. มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าหากเทียบกับวัตถุในปัจจุบัน...เพราะทองมีค่ามาก ดินอันชุ่มฉ่ำแม้ราคามันไม่มี แต่มันก็เป็นสิ่งให้กำเนิด พืชพันธ์อย่างเรา ให้เรามีอยู่ถึงวันนี้ เราจึงไม่ควรลืมประเพณี วัฒนธรรม ....ทองปลูกต้นไม้ไม่ได้ แต่ดินปลูกได้เราอย่าเชื่อเหตุแห่งการค้า เพื่อให้เราใฝ่หาความมั่งคั่งจากการ สวดมนต์ หรือการจุดธูปขอพรอันใด ถ้าเรายังยึดมั่นในความดี ด้วยวิถีแห่งความสัตย์ซื่อ ดินดีที่ปลูกต้นได้นั้น รดน้ำให้ปุ๋ยอย่างดี วันข้างหน้ามันโตขึ้น ผลที่ได้ ย่อมเป็นของเจ้าของ คนปลูกแน่นอน อร่อยหรือไม่ อยู่ที่เรา...ตั้งแต่วันนี้ ผมคิดอยู่ในใจวันข้างหน้า เราจะทำแบบนี้ได้หรือเปล่า ถ้าผมต้องเป็นผู้รับภาระการจัดประเพณีตรุษจีน เพราะประเพณีนี้ช่างปราณีต ลึกซึ้งแฝงไว้กับกุศโลบายมากมายซะเหลือเกิน..
|
| แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 09 สิงหาคม 2011 เวลา 15:44 น. ) |







ข้อคิดเห็น
ถ่ายทอดกันมา นำไปใช้ได้ทุกยุคสมัย
สังคมโลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน
ทางชีวิตแก้ไขเอาเอง
ติดตามข้อคิดเห็นนี้ในรูปแบบ RSS feeds