ปลาหายไป..เกาะแก้วพิศดาร พิมพ์ อีเมล

     แมลงปอยังไม่ได้ทันมาบินวนอยู่หน้าบ้าน ลมหนาวปีนี้ก็มาเสียแล้ว ไม่ได้ทันตั้งตัวเลยจริงๆ เป็นฤดูหนาว ที่มากับความเจ็บปวดจริงๆของชาวไทยตอนกลาง ที่น้ำท่วมเสียหมดเนื้อหมดตัว จันทร์ที่ 1  พฤศจิกา 53  ใกล้ผ่านไปแล้วปีเสือ  แต่เจ้าอ๋องลูกชายวัยซนกลับไม่ชอบวันนี้เท่าไหร่นัก   เพราะก่อนหน้านี้ทุกวัน แกต้องเอานิ้วขึ้นมานับถอยหลัง  ตั้งแต่วันแรกที่ปิดเทอม ว่าวันนี้แล้วจะต้องไปโรงเรียน........... แต่อย่าคิดหละว่า.... ขยัน
    เช้าวันนี้ที่บ้านคึกคัก กุลี กุจอง งองแงง กับการเอาลูกไปโรงเรียน ร้านค้าขายของดูคึกคัก รถติดกันเป็นแถว เสียงอึกทึกเซ็งแส่ไปตามๆกัน หลังจากที่ซบเซามาเป็นแรมเดือน นางสา เปิดร้านขายกาแฟทุกเช้า บ่นอุบ เงียบมานาน วันนี้แหละ....ขายกระจาย
    ถ้าพูดถึง นางสาขายกาแฟโบราณ ต้องเล่าที่มาของแกนิดนึง ร้านกาแฟของแกชื่อ "ต้น สา ชา นม"  เพราะแกมีลูกชื่อ milk กับ tea  ส่วนชื่อต้น ไม่ต้องบอกนะว่าเป็นใคร การจุดประกายอาชีพบางทีต้องอาศัยแรงบันดาลใจบางอย่าง เช่น นางสา เป็นต้น

    วันนั้นที่ดอนเจดีย์จังหวัดสุพรรณ ยายสาไปเที่ยวแล้ว เข้าไปกินน้ำที่ร้านของคุณยายวัย 70  ยายเขามีอาชีพเปิดร้านกาแฟขายตั้งแต่ยังสาวๆ ขายแบบตั้งตัวได้ เดี๋ยวนี้คุณยายแกรวยมาก.....จะไม่รวยได้อย่างไรหละ ก็ลองไปดูยายแกซิ.... ลูกค้าเต็มร้านไปหมด แรงบันดาลใจอยู่ตรงนี้  ก็วิธีการชงกาแฟนี่สิ คล่องแคล่วว่องไว ไม่เหมือนอายุ 70 ด้วยท่าทางทะมัดทะแมง(ลองนึกภาพตามดูซิ)
    เอียงคอนิด เอียงแก้วหน่อย หย่อน ขาซ้าย ตึงขาขวา เขย่ามือเขย่าขาเล็กน้อย เสร็จสรรพ เรียบร้อย ที่นี้หละก็ทำการสั่นด้วยความเร็วสูง รสชาติอร่อยสุดยอด  ลูกค้าติดกันมามากกว่า 50 ปี ชงกาแฟทั้งวันไม่มีหยุดมือ พอลูกค้าหมด เชื่อไหมครับ ชงมา 50 ปี ทั้งคอ ทั้งมือ แกเอียงตามถ้วยกาแฟไปเลย
    ฟัง นางสาเล่าให้ฟัง ผมตลกไม่ออกจริงๆ ทึ่งแกมาก แสดงว่าแกต้องชงมาตลอดไม่ได้หยุดเลย ป่านนี้คงเป็นแสนแก้ว อาการเกร็งเลยมีมาก แต่ก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่า นางสาก็ยึดเป็นไอดอลมาตลอด  (ไม่รู้อนาคต ยายสาจะคอเอียง แขนงอ ขางอ ไหม)

01

     นางสา กับน้องโสรส เขามีสูตรในการค้ามาก หากวันใดขายไม่ดี ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ด้วยมนต์ หรือด้วยคาถาสารพัด วิธีการหลากหลาย มีวิธีการหนึ่ง เขาเล่าให้ฟัง ว่าอ่านหนังสือ สัมภาษณ์หลวงพ่อคูณ เขาถามประมาณว่า หลวงพ่อไม่ศักสิทธิ์แล้วหรือท่าน ทำไมรถชนหรือเกิดอุบัติเหตุ หลวงพ่อไม่เห็นช่วยเลย ในรถมีแต่ของหลวงพ่อทั้งนั้น
ท่านตอบว่า.... 
 

     เอ็งขับมาเร็วเท่าไหร่หละ.....ความเร็ว 120 ครับ  ท่านตอบว่า กูก็กระโดดลงตอน 80 แล้วหละ กูก็กลัวเหมือนกัน เจ้าโสรสกับนางอรสา เขาชมละนับถือ หลวงพ่อท่านมาก   ปฎิภานดีจริงๆ เขาเลยเอะใจ งั้นขอเอารูปหลวงพ่อไปช่วยค้าขายหน่อยนะ หลวงพ่อไม่ต้องกระโดดหนีหละ ให้หลวงพ่อนั่งตรงนี้เฉยๆ
     บัดดลนางสา กับโสรส เอาหลวงพ่อคูณขึ้นหิ้งเสียแล้ว ผมดูแล้ววันนี้ขายไม่ดี เอ็งเล่นของขนาดนี้เลยเหรอ ......ยัง ยังไม่หมด หลวงพ่อคูณ อายุท่านเยอะแล้วคงไม่ต้องทรมานท่านมาก ..เจ้าโสรสกล่าว

     เจ้าสองคนนั่น ไปเอาแม่นางกวัก องค์ใหญ่ มาไว้หน้าหลวงพ่อคูณทันที ผมบอกยังงี้ มันจะช่วยได้ยังไงวะ .... 2 พลังเหรอ ไม่ไช่สองพลังหรอก ...เออ  ยังไงต่อ  อ๋อ....แม่นางกวัก ก็จะกวักตลอดไง ไม่ต้องพักกันเลย เพราะแม่นางกวักจะไม่กล้าหันหลัง เพราะหลวงพ่อคูณ นั่งยองๆๆ .....แป่ววววว

         อย่างที่เล่ามานั่นแหละ น้ำท่วมทุกสารทิศ จะอดตายกันเเล้ว ที่บ้านผมน้ำก็ท่วมแต่มหาชัยติดทะเลขึ้นเร็วลงเร็ว ไม่เป็นไรชินเสียแล้ว บ้านเราไม่กลัวน้ำท่วมหรอก..เเต่กลัวลม ลมทะเลแรงๆแบบนี้ คนทะเลรู้ดี....... นี่แหละ ฤดูอดอยาก   

    คนทะเลพอเจอคลื่นแรง บอกไม่กลัวตาย เป็นมนุษย์คลื่น มนุษย์ทะเลอย่างเราไม่กลัวอยู่แล้ว ไม่งั้นจะได้ สมญาว่า "กล้าทะเล"  จากในหลวงได้อย่างไร แต่ที่กลัว  ก็ลมแบบบ...นี้แหละ ...มันเหงา

เป็นลมเหงาของคนไกลดิน อย่างเรา

คลื่นแรงก็หาฝั่งแอบ พอแดดแรงก็หาหลบบัง

หิว ..ก็หาปลาจากทะเลกิน

              แต่เวลาจะขับถ่ายแต่ละครั้งแสนทรมาน  ต้องเอาเชือกคนละเส้นผูกที่ตัวแล้วห้อยเอาบั้นท้ายทะยานออกนอกลำเรือ แล้วถึงปล่อยระเบิดลงทะล โอ้แม่เจ้า.. สาวๆ อดลงทะเลกับชาวตังเก แบบนี้ ....อดเห็นบรรยากาศ 5555   พอคนทะเลเจอลมแรง (มันเกินไปที่เรือจะรับไหว) ก็ไปหาที่แอบ  เจอน้ำตกเป็นน้ำจืดกลางทะเล ก็ยิ่งดีใหญ่ แต่พอไปเจอเกาะร้างๆ ก็พอแก้ขัด แต่ทำให้น่ากลัวดูวังเวงไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าอยู่กลางคลื่นนั่นแหละ  ออกปลาแต่ละครั้ง ต้องขอให้โชคเข้าข้างอย่างพวกเรา ขอให้มีชีวิตรอดกลับไปหาลูกหาเมีย ขอให้จับปลาได้มากๆ ได้พอ เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง 

     เรื่องบาปบุญต้องเป็นเรื่องที่เรายังไม่คาดคิด ส่วนที่คิดคือหน้าที่ อาชีพที่ต้องรักษาและการให้นิยามอย่างสามารถ   การทำหน้าที่ของอาชีพที่สมบูรณ์ จึงอาจไม่ถูกใจ ของผู้ทรงศีลด้วยปากอยู่บ้าง ....ก็โทษที


     ถ้ามีอาชีพเป็นคนขายหมวก ลวดลายผ้าลายดอกแสนเก่าแก่ถูกใจ ....คนก็เอาไปใส่หัว

     ถ้ามีอาชีพขายรองเท้าฝังเพชรแสนสวย คนเห็นถูกใจ ............ คนเอาไปใส่ที่เท้า 

     ถ้ายึดที่ความสวย ความเก๋ แล้วทำไมไม่เอารองเท้าไปใส่ที่หัว เพราะรองเท้า สวยกว่าหมวก หัวอวดดี ได้กว่าหมวก 5555


     หากว่าอาชีพ ขายปลาคงไม่แตกต่างจากอาชีพทั่วไป ที่คนประกอบอาชีพที่ต่ำต้อย สกปรก และเหม็นคาว ก็ย่อมอยากทำอาชีพนั้นให้ดีที่สุด เเม้คนไม่เข้าใจ ไม่รู้จะไปทำอะไร ชาวนาเกิดมาก็ต้องทำนา ยังไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม คนจับปลาก็อยากจับปลาให้ได้ คนขายปลาก็อยากเอาของดีๆมาขาย เอาปลามาขาย คงไม่ได้เอาอะไรที่ดีกว่าของทะเลมาขายในร้านขายปลาที่ถูกทำนอง คลองธรรมอันแสนงดงาม   แต่.........ปลาวันนี้ หายไปไหน

 

     คน ขายปลาแย่..... คนจับปลาเลิกกิจการ ไปทำเรือประมงจำลอง ฟังดูคล้ายญี่ปุ่นที่เลิกใช้ ซามูไร ในช่วงหลังสงคราม  แล้วไม่รู้จะวางมีดยังไง จับมีดมาทั้งชีวิต เลยวางซามูไร กลายเป็นคนขายมีดแล่ปลาเสียเลย หมดเรื่องหมดราว ซามูไรนักเลงเก่าจึงได้ไปอยู่ในครัว ....หมดเรื่อง

 



02

 


ปลาไม่อยู่..........เพราะว่าปลาไม่อยู่ในน้ำเสีย สัตว์อยู่ไม่ได้เพราะไม่มีออกซิเจน

น้ำท่วมคราวใด...... น้ำดี ก็ไปดันน้ำเสีย

น้ำท่วมครั้งไหน.......น้ำจึงใสทุกที

น้ำท่วมหมดไป ......น้ำในคลองก็กลับมาเน่าอย่างงี้.. ทั้งปีทั้งชาติ

น้ำที่ดี.............ไม่สามารถบำบัดดินให้ดีได้ ในเวลาที่เหมาะสม


"เพราะในคลองดินมันเน่า   มันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ"


ช่วงต้นอ่าวดินเลนเน่า พอออกไปลึกหน่อย น้ำก็สวยใสแล้ว ในทะเลมีขบวนการบำบัดด้วยตัวเอง  เวลาถูกสอนในเรื่องของใจ จึงบอกว่า

ทำใจให้กว้าง       เหมือนแผ่นฟ้า

ทำใจให้หนักแน่น    เหมือนแผ่นดิน

ทำใจให้รับของเสีย   เหมือนแผ่นน้ำ

 "งั้นแสดงว่า น้ำก็เป็นตัวรับทั้งดีและเสีย ยังไงก็ต้องรับได้"...โฮ.ซวยไป

      ถ้าเป็นเราก็คงจะต้องไม่อยากรับของเสียแน่ๆ คนเข้าใจก็ดูหน่อยนะว่า น้ำทิ้งจะต้องทิ้งยังไง ทะเลไม่มีปาก ไม่มีบ่น ยังไงก็รับ  ถ้าฉันเป็นปลาผมคงไม่ทนอยู่แน่ๆ ก็แผ่นดินมีแค่ส่วนเดียว แผ่นน้ำ มี 3 ส่วน ปลาอย่างฉันไม่ไช่ประชาชน ไม่มีบัตร ไม่มีสัญชาติ ไม่มีศาสนา ฉันก็ว่ายไปเรื่อยๆ ทั้งทั้งสมุทร โคจรไปไกลสุดหล้า  จะรอดอย่างไร ดวงใครก็ดวงมัน แต่พอฉันโตเต็มที พอสิ้นอายุไข ฉันก็ตายอยู่ดี ในช่วงนี้ แหละ ใครเข้าใจปลา มาจับไปสิ ฉันไม่โกรธหรอก ถ้าทำประโยชน์ให้ใครได้ ส่งบุญมาให้ฉันบ้างหละ ...... ถ้าเจ้าปลามันพูดได้นะ

 03

 

ปลาหายไป คงเกิดจาก

1.พื้นทีอาศัยของสัตว์ในพื้นที่นี้ไม่เอื้ออำนวยในการอยู่ เนื่องจากอาหารไม่เพียงพอ

2.อ๊อกซิเจนในน้ำ มีน้อย จนไม่ทำให้สัตว์ทะลอยู่ได้

3.อุณหภูมิ ร้อนหรือหนาว จะเหมาะกับสัตว์เฉพาะ  บางทีหนาวๆปลาชอบ แต่น้ำอุ่นปลาบางชนิดก็ชอบมากกว่าหนาว หรือก็ชอบร้อนๆ แต่พอเริ่มถึงซัก 30 องศาไปแล้วกลับใกล้เป็นปลาต้มยำเสียแล้ว

4.บ้านของปลา ไม่สามารถหลบลมได้  เพราะคลื่นแรงแบบนี้ปลาชายฝั่งก็ไม่ชอบ (แต่บางอย่างก็ชอบ เช่น ปู)

5.การเปลี่ยนแปลงสภาวะเร็วเกินไป ของความเค็ม ความเป็นกรด-ด่าง ในทะเลอันนี้เป็นปัญหาเหมือนกัน ปลาตายเยอะ ปลาไม่อยู่แน่ๆ เช่น การปล่อยน้ำจืดมากๆทำให้ความเค็มลดลง หรือฝนตกหนักแล้วพัดมาท่วมเป็นจุดๆ  หรือการปล่อยสารเคมีเข้มข้นต่อเนื่อง


04


6.การจับปลาเร็วเกินไปบริเวณชายฝั่ง ถ้าเรือใหญ่สามารถไปได้ไกลกว่าเรือเล็กของชาวบ้านตาดำๆ ก็ไปเถอะ ปล่อยให้เรือเล็กหากินไป แล้วเรือใหญ่ไปจับตรงอื่น ถ้าเป็นแบบนี้การเติบโต ยังไงก็ทันกันอยู่แล้ว ชาวบ้านไม่มีแรงมากพอจะไปจับปลาในหน้าอ่าวไทยเกินรัศมีคลื่นสูง 3 เมตรหรอก ผมเชื่ออย่างนั้น  ปลาออกลูกครั้งละเป็นหมื่น เป็นแสนตัว หมดทะเลยากเหตุผลอันนี้ ผมกล้ายืนยัน....แต่จับยากขึ้น

    ปลาเริ่มมีความทันสมัย เอาตัวรอดมากขึ้น อยู่ไม่ได้ก็ไปหาที่อยู่ใหม่ ปลาเวลาเคลื่อนทัพแต่ละครั้ง  ถ้าเคยดูหนังเรื่องปลานีโม่ ในหนังฝรั่ง ก็เขาบอกว่า ในทะเลก็มีช่อง"ทางด่วน" เวลากระแสน้ำพัดมาในช่วงฤดู ช่วงเวลาเหมือนกัน... มันเป็นไปได้  ...........แล้วมันพาปลาไปไหน

        

        เขาจินตนาการ เราก็จินตนาการ ถ้าเป็นความน่าจะเป็น สงสัยปลาจะไปแอบอยู่เกาะที่ชื่อ "แก้วพิศดาร"  ตามละครของสุนทรภู่ เรื่องสุดสาคร กับม้านิลมังกร ปลาหายไป ปลาไม่หาย แต่ปลาไปอยู่เกาะแก้วพิศดาร ลองถามชาวตังเกในน่านน้ำไทยดูซิว่าอยากไปไหม ถ้ารู้ว่ามีปลา

   

    ชาวตังเกบอกว่า ที่ไหนก็ได้ ถ้ารู้ว่ามีปลา เกาะไหนๆ ไกลแค่ไหน เสี่ยงแค่ไหน ไปก็ไป มันบอกจะหนีไปเกาะแก้วพิศดาร ไปอยู่กับสุดสาคร ในความดูแลของพระเจ้าตา ฤาษีเฒ่า ยังไงก็หาไม่เจอ  แต่วันไหน พระสังข์ทอง ว่าคาถาร่ายมนต์เรียกปลา ปลาที่อยู่ที่ไกลใกล้  ก็พากันหลงใหล ต้องมนต์นั้นทันที

อมจินดา        มหาจินดา
           มัจฉาทั้งหลาย     มาหิมามา            

นะมะพะทะ      จะภะกะสะ

พุทธะสังมิ       นะชาลีติ
   ยะทาพุทโมนะ    เอหิมามิมามา.

 

06

แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 09 สิงหาคม 2011 เวลา 16:25 น. )
 

ข้อคิดเห็น  

 
0 # sharky 04-11-2010 06:20
อนาคตถ้าปลาทะเลน้อยลง
ชาวประมงขึ้นมาทำงานบนบก
แม่ค้าขายปลาไม่อยากขายปลา
อาหารทะเลแพงขึ้น ผมคงแย่แน่
คนที่ชอบกินอาหารทะเลอย่างผมจะทำอะไรได้
ก็ไม่มีปัญญาไปจับปลาทะเลมากินเอง
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # rose 05-11-2010 17:31
แต่เท่าที่ดู ๆ สินค้าที่ Themall ก็มีจำหน่ายแทบไม่รู้เลยนะว่าสินค้าอาหารทะเล หายากเต็มที ไม่รู้ว่าเจ้าของร้านนี้เค้าใช้คาถาบทไหน ร่ายมนต์คาถาเรียกมา ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา อย่างนี้ต้องบอกว่า ของเค้าแรงจริง ๆ ( ขีดเส้นใต้ 2 เส้น ) แต่คนที่เขียนเรื่องนี้อ่ะ ต้องบอกว่า A R T ตัวพ่อ
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # sirikhun 06-11-2010 02:58
เเปลว่าอะไรอะ A R T ไม่เข้าใจ เเต่เเสดงความคิดเห็นก็เป็นกำลังใจให้ ก็ขอบคุณมากนะน้องรัก
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # liew 17-11-2010 04:51
อนาคตอาหารทะเลคงมีราคาแพง และหากินยากแน่ๆเลย
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # oun02 17-11-2010 05:05
ต่อไปอาหารทะเลคงหากินยากเพราะจะมีราคาแพง

ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # yao 17-11-2010 05:11
เกาะแก้วมีจริงหรือนึกว่ามีแต่นิยาย
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # punpun 17-11-2010 05:12
ถ้าให้จินตนาการเหมือนในนิยายปลาคงมีมากมายจับกินเท่าไหร่ก็คงไม่หมดใช่มั้ยค๊ะ
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # Danglie09 17-11-2010 05:27
อนาคต ปลาในอ่าวไทยคงน้อยลง ชาวประมงคงอยู่กันแบบลำบาก หาปลามาขายได้น้อยลง ต่อไปคนซื้อมากินก้อต้องซื้ออาหารทะเลแพงขี้น ใช่ไหมครับ
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 

ลิขสิทธิ์ © 2010 Seafoodlife ทะเลสดใหม่ อ่าวไทยเราเอง. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.

 


BLOG COMMENTS POWERED BY DISQUS