ใกล้แล้วตรุษจีน (แม่เล่าให้ฟัง@2) พิมพ์ อีเมล

"หนี่นี้ อู๋อื้อ".......เหลือกินเหลือใช้

"ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ .  ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย


01

 

     เมื่อ เวลาใกล้ถึง "ตรุษจีน" คงเป็นที่รู้จักกันเนอะคงไม่ต้องอธิบายกันมาก แต่จะบอกเรื่องราวอาจจะฟังแล้วนึกถึงวันวานที่แม่ บอกผ่านลูกชายวัย 36 ปีเต็มๆใบ  ปีขาลพอดีพอดิบ ผมจึงต้องรีบเอามาเขียนเป็น แม่เล่าให้ฟังตอนที่ 2นี้ทันที่

     แม่บอกว่า ตอนอยู่ทะเลกาหลงยังไม่มีครอบครัว ยังอยู่กับเตี่ยกับแม่ วันไหว้ของเทศกาลนี้ เป็นวันที่เด็กๆอย่างเราเฝ้ารอทั้งปี เพื่อที่จะมาถึงวันนี้ ก็ทำไมจะไม่รอหละ เพราะก๋งกับยายของผมเป็นคนจีนที่เรียกว่า เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมคนจีนเลยมั้ง ก็ขยันนะซิครับ  แม่บอกวันทั้งวัน ปีทั้งปี มีแต่งาน งาน งาน ก็มีวันตรุษจีน(วันเที่ยว-วันถือ) วันเดียวเท่านั้นที่เราไม่ต้องทำงาน

02

แม่ผมกับน้องชายสุดทะเล้น

        วันถือ..เขาเรียกกันอย่างนั้นจะไม่มีการทำงาน ไม่ออกทะเล ไม่กวาดบ้าน ห้ามล้างจาน ห้ามถูบ้าน ตื่นนอนก็สายๆ เห็นหน้ากันก็จะยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม... .พูดกันดีๆ ไม่มีการพูดว่า แม้กระทั่งการสอนสั่งหรือคำพูดอะไรที่ไม่สบายใจ ไม่ว่ากันซักคำ (สบายหู)พอตกสาย ถ้าไม่ไปไหน ก็ล้อมวงเล่นไพ่กัน สนุกสนาน แถมได้เงิน  อั่งเปากันคนละเล็กละน้อย พอเป็นค่าขนม ไอ้ที่บอกเป็นขวัญถุงนะไม่มีหรอก เพราะไม่ได้เหลือให้เป็นขวัญถุงขนาดนั้น พอได้นิดหน่อยก็เก็บไว้ใช้กันหมด       

        ที่นี้คุยเรื่องวันตรุษกันก่อน ในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 วันตรุษจีนสมัยก่อนนี้จะชอบมากอย่างที่บอกตอนต้น แต่แม่บอกตั้งแต่มีครอบครัวแล้ว  ไม่เคยชอบวันตรุษจีนหรือวันไหนๆอีกเลย แม่บอก...จะไปชอบได้ยังไง ตอนเด็กไม่ต้องจัดของไหว้ รอรับ แต๊ะเอีย อย่างเดียว

03

บ้านติดทะเล กับโป๊ะชายฝั่ง ของผมเมื่ออดีต (ไอ้ที่นั่งอยู่คือผมเอง)

      เงินแต๊ะเอียได้ มาพอที่จะซื้อของที่ตัวเองอยากได้ เคยอยากได้กำไรทอง เก็บเงินถึง 3 ตรุษ เลยทีเดียว ถึงจะได้ อยากเก็บเงินซื้อนาฬิกา Mido เรือนทอง แม่บอกเก็บเงินกว่าจะได้ปาเข้าไปจนผมอายุ 10 ขวบ เห็นจะได้ ตอนนั้นแม่บอกพอซื้อได้เอามาใส่ แม่อวดไปทั้งตลาด คนอื่นบอกว่า เอ็ง...เอาของปลอมมาอวดทำไม พูดยังไงคนก็ไม่เชื่อ

      แม่บอกนึกขำ...เดี๋ยวนี้เครื่องประดับของจริงแม่ขายทิ้งหมดแทบไม่ใส่เลย ใส่แต่ของปลอมแวววาว คนมาจับ มาดู ชมกันน่าดู เขาชมว่า แหวนนี้น้ำ.....ดี๋ดี สวยมาก ใส่แล้ว มีสง่า แม่หัวเราะในใจ ปากคนนี่นะ....เป็นไปได้

04


05

สมัยเป็นแม่ค้าในตลาดปี 2525


06

ครอบครัวของผม แม่ กับ4พี่น้อง+น้องชายของแม่คนที่ 11

      พอมีครอบครัว วันตรุษจีนทีไร .. ไหนจะต้องจัดหา..ไหนจะต้องจ่ายตลาด หาซื้อเตรียมการ  ทั้งบ้านตัวเอง บ้านเตี่ย บ้าน แม่  เตรียมแต๊ะเอีย ให้ลูก ให้หลาน สารพัด เงินทองก็น้อย แต่ก็ต้องทำ ตอนที่ผมเป็นเด็กๆ น้องๆก็เล็กๆ บ้านติดทะเล ห่วงทั้งลูก(กลัวตกน้ำตาย) ห่วงทั้งพิธีไหว้ การไหว้ไม่ไช่ไหว้ที่เดียว หลายตำแหน่ง หลายเวลา หลากหลายของเซ่นไหว้ 

      แม่บอกไม่ได้เป็นการสนุกหรอก แต่ถ้าเราไม่ทำคำว่า รวมตัวกัน พบปะกัน และระลึกถึงคุณคนของ บรรพบุรุษ ใครเคยทะเลาะกันไม่พอใจกัน เวลานี้แหละ ผู้ใหญ่ก็จะคอยไกล่เกลี่ย ลูกหลานต่างถิ่นก็มาเห็นหน้ากัน มันช่างดู    ครึกครื้น พอตกตอนบ่ายหลังไหว้เสร็จ ก็จะล้อมวงกัน เล่นไพ่ โอ้ย........สนุกมากมาย ดูอบอุ่นพึลึก

      เอ่...แต่แม่เริ่มเล่าเรื่องการไหว้ให้ฟังดีกว่า ตอนแรก เราหาวันจ่ายก่อน ว่าวันนั้นเป็นวันอะไร จะต้องไหว้กี่ที อะไรบ้าง จดบันทึกแยกแล้ววางแผนให้เรียบร้อย (เพราะแม่ไหว้เยอะ)

  • วันที่ 12 กุมภา เป็นวันจ่าย

  • วันที่ 13 กุมภา เป็นวันไหว้

  • วันที่ 14 กุมภา เป็นวัน วาเลนไท+วันตรุษจีน ปีนี้ตรงกัน

     ผมถามแม่ทุกปี แล้วเราจะใช้อะไรไหว้ แม่บอกใช้ของดีๆไหว้ เป็นมงคล   เรา อยากกินอะไร อยากได้อะไร ก็ไหว้ตามนั้น เพราะเหลือจากการไหว้ พวกเราก็แจกจ่ายกันกินนั่นแหละ งั้นผมบอก ผมชอบกินไอติม ผมไหว้ไอติมได้ไหม.... แม่บอก......... มะเหงก แนะ


07

ของไหว้ ที่ผมชอบกิน

       พอเราซื้อของมาเสร็จ พี่น้อง ก็จะมาเตรียมของไหว้กัน แม่เลยย้อนอดีตไปอีกนิด ว่าสมัยก่อนต้องไหว้แอปเปิ้ล พวกเราเด็กๆปีหนึ่ง เวลาจะลาของที่ไหว้แล้วเด็กๆจะแย่งกันกิน เพราะปีหนึ่งจะได้กินที (เมื่อก่อนมันแพงมาก)แต่ผมไม่แย่งนะ เพราะผมกินแต่เผือกผัดน้ำตาล กับเมนูเม็ดถั่วลิสงต้มกระดูกหมู อาก๋งผมชอบทำ ผมก็ชอบกิน

       พอถึงวันไหว้ ตั้งแต่เช้ามืด จะเริ่มไหว้กันก่อนเลย คือ ตอนเช้ามืดจะไหว้ "ไป่เล่าเอี๊ย" เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง (ซาแซ) ได้แก่ หมู

เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ห้าอย่าง (โหงวแซ) ผมถามแม่ว่าทำไม่ไม่ไหว้อาหารทะเลทั้งหมดหละ

 

 

08


09

ไหว้ศาลเจ้าตอนเช้ามืด


10

บ้านไหนมีศาลพระภูมิก็จะมาไหว้ตอนนี้แหละ


11


12

เกือบลืม ทุกที่ที่บ้าน ไหว้หมดเลยครับ ช่วงเวลานี้

        แม่ให้เหตุผลน่าคิดครับ จึงเอามาบอก เพราะสมัยก่อน กุ้งหอยปูปลา เป็นของหาง่าย คนบอกว่า กิน หมูเป็ด ไก่ เป็นสิ่งที่ราคาแพง ปีหนึ่งต้องเสียสละเงินเพื่อให้ได้ของดีๆเอามาไหว้ซิ กุ้ง หอย ปู ปลา พวกเรากินกันทุกวัน พวกเทพเจ้าเขากินทุกวัน เบื่อแล้ว ต้องเอาของที่ท่านไม่ได้กินบ้าง ซึ่งรวมทั้ง แม่ผมด้วยแหละ      

       เพราะ "คนรวยเท่านั้นที่กินหมู คนจนต้องกินปลาครับ" สมัยก่อนนั้น แต่พอมาตอนนี้คนรวย หรือเปล่าที่ต้องไหว้อาหารทะเล เพราะมันแพงกว่าเดิมมาก ก็เพราะมันหายาก เทพเจ้าเลยไม่ได้กินบ่อยๆ พอถึงเทศกาลจึงควรไหว้ อาหารทะเล อย่างยิ่ง กลับกันนะครับ สมัยนี้กับสมัยก่อน

       ตอนสาย จะไหว้ "ไป่แป๋บ้อ"  คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) แต่ที่ขาดไม่ได้เลย เชี่ยงชุน 2 ขวด   ก๋งทวดผมชอบกินมาก..... แม่เล่าให้ฟัง

 

 


13

แม่กำลังไหว้ ก๋งก๊กไถ้ เตี่ยของแม่อยู่ครับ


14

เอาภาพบรพพบุรุษจำลองมาครับ (แต่เป็นการไหว้ที่สำนักมวยไทจี๋ จริงๆ)

          รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ที่นี่แหละ เด็กๆต่อแถวกันยาวเหยียด ผลัดกันต่อ พออากู๋คนนี้ให้เสร็จ ก็ไปต่อแถวอาอี๊บ้าง พอเสร็จ ก็ต่อๆกันไป ใครญาติเยอะ ก็ได้ซองเยอะ พอได้เสร็จ แกะซอง ที่นี้มาอวดกัน ใครได้เท่าไหร่ (ช่างสนุกเหลือเกิน)


15

เด็กๆรอต่อคิวกันเพียบ


16

ช่วงเวลานี้พี่น้องก็จะมารวมตัวถ่ายรูปกันสังสรรค์พอเป็นพิธี(รูปจำลองจากสำนักมวย)

       ตอนบ่าย จะไหว้ "ไป่ฮ่อเฮียตี๋"  เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล


17


18


19


20


21


22


23


24

จุดประทัดพอเป็นพิธี จะได้ดังๆ


25

ที่นี้ก็จะเปิดโรงทาน แจกของ เลี้ยงข้าวเด็กๆแถวบ้านกินกันสนุกไปเลย

                           

                  วันต่อมาเช้านี้เป็นวันเที่ยว หรือ วันถือ นอนกันตื่นสายได้ไม่มีใครว่า เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น 

     วันนี้แหละ..ทุกคนชอบจะได้ไม่ต้องทำงาน แต่ปัจจุบัน ก็ไม่ได้ถืออะไรมากแล้ว เพราะ หยุดกันทุกอาทิตย์ ทุกเดือนอยู่แล้ว ใครลองไปหยุดเหมือนสมัยก่อยดูซิ แม่ผมเล่นงานแน่  "วันชิวอิด" แปลว่า วันที่ 1 มีความน่าสนใจตรงที่ว่า คนจีนจะไหว้ "ไช้ซิ้งเอี๊ย" หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ"ในเวลากลางดึกเมื่อเวลาย่างเข้าวันตรุษหรือวันชิง อิด  ผู้นำครอบครัวจะตื่นขึ้นมาไหว้กันตอน หลัง 12.00 คือเริ่มวันใหม่รับแต่สิ่งดี ตั้งแต่เริ่มกันเลย ลูกกวาด โอเล่ สีแดง กับขนมอี๋ ช่างน่าอร่อยเหลือเกิน


 

26

แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2011 เวลา 06:12 น. )
 

ลิขสิทธิ์ © 2010 Seafoodlife ทะเลสดใหม่ อ่าวไทยเราเอง. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.

 


BLOG COMMENTS POWERED BY DISQUS