มุมมองส่วนตัว
| เจ็บนี้ไม่มีลืม กับปลาดุกทะเล |
|
|
|
แม่บังอร เกิดมากับทะเล ชีวิตที่โลดโผนมาตั้งแต่เล็กๆ ภาพเก่าๆเรื่องเล่าแปลกๆที่สามารถเป็นเรื่องขับกล่อมเป็นนิทาน น่าฟัง มากกว่าเรื่องหมูสามตัวกับหนูน้อยหมวกแดง ซึ่งแม่ผมคงไม่รู้จักเป็นแน่ แม่จึงพูดแต่เรื่องทะเลให้ฟัง
แม่เล่าว่า .....สมัย ก่อนแม่จะจับปลากับอาก๋ง ของเรา อาก๋งเป็นคนเก่ง วันๆมองแต่ทะเล และกับฟ้า "คืนเดือนมืดมองดาว คืนเดือนหงายมองเดือน" เป็นชาวประมงที่เก่งคนหนึ่งในหมู่บ้านชาวประมง... แม่เล่าอย่างภาคภูมิใจ ![]() จำลองเรือใบ ที่อาก๋ง จับปลาสมัยก่อน การ ออกทะเลส่วนใหญ่ของอาก๋ง ส่วนใหญ่จะได้กุ้งตัวใหญ่ๆเยอะมาก แต่บางทีก็ได้ปลา แต่มีครั้งหนึ่งได้ปลาดุกทะเล มามาก แม่รู้สึกอยากจะเก็บปลาเยอะๆ จึงรีบมากไปหน่อย รู้ทั้งรู้ว่าปลาดุกทะเลมีพิษ ยังไม่วาย ที่จะโดนมันตำเอาได้ แม่เล่าว่า ตอนโดนดุกทะเลตำครั้งแรก อยู่ไกลมากจากฝั่ง ถ้ากะระยะทางแม่บอกว่าถ้าเดินทางกลับ คงซักครึ่งวันน่าจะได้ จึงต้องทนพิษความปวดนั้นจนกว่าจะเข้าฝั่ง แม่บอกอย่างนั้น ความปวดของปลาดุกทะเลผม จำได้ ผมเคยโดนดุกทะเลตำ ผมต้องอดทนไม่ร้อง เพราะไม่อยากให้พ่อรู้ว่าผมหนีลงไปเล่นน้ำในทะเล หนีไปจับปลา แต่น้องสาว หัวฟูของผม (มันเอาไปฟ้อง) พาพ่อมาหาผม .....พ่อถามผม แต่ผมไม่ยอมรับ พอพ่อจับตัวผม ......เท่านั้นแหละ ตัวที่ร้อนด้วยพิษไข้ อาการปวดของผมมันทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้ จึงจำเป็นต้องยอมรับว่าผมหนีไปเล่นน้ำมา (หันไปทางไอ้น้องหัวฟู มันแลบลิ้นใส่ผมใหญ่)
พ่อเลยบอกวิธีว่า ให้ผมถอดกางเกงแล้วยืน เอาเยี่ยวรดไปที่แผล อาการก็จะดีขึ้น แต่ผมไม่ทำ ผมบอกพ่อว่า "พาผมไปหาหมอเถอะ" ผมปวดตึ๊บๆ ...แล้วก็ตัวร้อนด้วย พ่อเลยบอกว่า "งั้นเอาพิษจากปลาดุกทะเลออกก่อน" ถ้าเอ็งไม่เยี่ยวมีอีกวิธีหนึ่ง คือหลับตาแล้ว กลั้นหายใจ แล้วพ่อจะถอนพิษให้เอง เท่านั้นแหละครับ แม๊กกาซีน รัวใส่ผมเรียกว่า ไม่ทันตั้งตัว พ่อเยี่ยวรดใส่แผลผมเรียบร้อยแล้ว ......แหม ....ทำไปได้ อย่าง ที่ผมเล่าตอนต้นนั่นแหละ ผมเกือบลืมความรู้สึกนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะมันนานมาก จนผมได้ไปเที่ยวที่ทะเลเห็นเขาจับปลาดุกทะเลกัน ผมเลยย้อนไปนิดนึง เลยเอาความหลังมาฝากกันเล่นๆ
ให้เจ้าอ๋องใส่ชูชีพ แต่ผมคิดว่ามันก็ยังไม่น่าปลอดภัยจริงๆ
งั้นวิธีนี้ดีกว่า ผมอยากสอนให้ลูกเป็นเหมือนผม อยากให้รักทะเล จึงพาเด็กๆเที่ยวทะเลประจำ ปลาดุกทะเล เดี๋ยวนี้คนรู้จักน้อย สมัยก่อนมันมีเยอะไม่ค่อยมีคนกิน เพราะมันเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ ราคา แพงกว่าปลาดุกอุย มาก แต่คนก็รู้จักน้อยอยู่ดีความแตกต่างของปลาดุกทะเลคือ เงี่ยงปลาจะมีสาม เงี่ยงที่กระโดงหลังด้วย แต่ปลาดุกอุยไม่มี เจ้าเงี่ยงนี่แหละครับ ทั้งเจ็บทั้งปวด
มี 3 เงี่ยง
ไข่ปลาดุกทะเล ของไทย
ดุกทะเลตัวเมีย 1 ตัว หลังจากชำแหละแล้ว
ไข่ปลาคาร์เวียร์ 1 พวง
คาร์เวียร์อัดใส่กระป๋อง ขายเป็น หมื่นบาท (น่าจะราคานี้) ทีนี้มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ปลาดุกทะเล เขามีวิธีจับกันหลายแบบ ตั้งแต่วางเบ็ด วางกล่ำ แม้กระทั่งวางไม้กระบอก เดี๋ยวผมจะมาเล่ากันให้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง ของชาวบ้านว่าเขา ศึกษาอุปนิสัยปลา ทิศทางน้ำ หรืออะไรกันอย่างมากมาย จนแตกฉาน ถ้าผมเป็นคนมอบโล่ หรือใบประกาศอะไรซักใบผมต้องให้แกซิน่า หรือให้ คำว่า "ด๊อกเตอร์ทะเล" กับลุงแกไปก่อนดีกว่า เพราะการดิ้นรนของแก ในการเลี้ยงชีพ มันช่างสุดยอดจริงๆ การวางกล่ำ เขาเอาเศษไม้แห้งหรือต้นไม้แห้งไปวางไว้ในทางน้ำที่ๆไม่แรงมาก ปลาดุกเป็นปลาชอบอยู่น้ำนิ่ง สงบ อยู่ใต้ๆน้ำ เขาเลยเอากิ่งไม้พวกนี้ไปไว้ในน้ำให้ปลาตายใจ (ประมาณ 2 อาทิตย์-เดือน) เมื่อถึงเวลาเขาก็จะค่อยๆเอาเฝือกไม้ดังรูปค่อยค่อยล้อม ค่อยๆล้อม แล้วตีวงแคบเข้าเรื่อยๆ จนแคบสุดๆ แล้วเอาเศษไม้ออก เอาสวิงตักปลา ส่วนใหญ่ที่ได้ก็คือปลาดุกนี่แหละครับ ง่ายนิดเดียว..........สำหรับคนทำเป็นนะ
ผลงานของด๊อกเตอร์ทะเล วางไม้กระบอก ส่วนอีกวิธี เขาจะตัดไม้กระบอกเป็นท่อนขนาดเอามือสองข้างโอบได้ไม่ยาวมากนัก เอาไปวางลงใต้น้ำในตำแหน่งทางน้ำ ปลาดุกก็จะหาที่พักสงบๆ ก็จะมาพักในกระบอก ทีนี้ "ดอกเตอร์ทะเล" ก็จะมายกไม้กระบอกขึ้นแล้วเสี่ยงดูว่าจะมีปลาติดในกระบอกหรือเปล่า แค่ยกก็ได้เงินหลายแล้ว เป็นไง (ด๊อกเตอร์ทะเล) ดูเขาเหมือนไม่สนใจอะไรมากกับชีวิตในเมือง ผมถามลุง"ด๊อกเตอร์ทะเล"ว่า อย่างนี้ก็รวยซิ แค่มาจับๆยกๆแค่นี้ ลุง "ด๊อกเตอร์ทะเล" แกบอกว่าไงรู้ไหมครับ จะรวยทำไม "แค่มีความสุขพออยู่พอกินอย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว " ลุงแก่แล้วไม่รู้จะเอาอะไรมากมาย ถ้าลุงคิดอยากมีเงินมากๆ ลุงคงไม่มีโอกาศมาทำอย่างนี้หรอก ผมก็เลยถามว่าทำไมหละ.....
นี่ก็ฝีมือของด๊อกเตอร์ทะเลคนที่ 2 ก็เพราะว่าถ้ามีคนในหมู่บ้านคิดที่จะเอาเปรียบคนกันเองแล้ว ถ้าปลามันเหลือน้อย คงจะต้องอดตายกันแน่ไงละทีนี้ แค่ทุกคนแค่คิดว่า เอามาพอกิน พอขายให้เลี้ยงตัวเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานได้แค่นี้ บ้านเราทะเลเราก็ยังคงอยู่ ผมเลยเอาคำของลุงมาคิด ทำไมถึงไม่มีใครคิดที่จะเลี้ยงชีพแบบอนุรักษณ์แบบ "ด๊อกเตอร์ทะเล" อย่างแกบ้าง น่าสงสารอนาคต เด็กไทยต่อไปจัง สงสัยคงแต่ได้กินแต่ปลาในกระป๋องแสนอร่อย กับโฆษณาสุดเจ๋ง แน่แน่เลยครับท่านผู้.. ชม..........ม |
| แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2011 เวลา 08:57 น. ) |

























ข้อคิดเห็น
ติดตามข้อคิดเห็นนี้ในรูปแบบ RSS feeds