มุมมองส่วนตัว
| โลกนี้คือละคร (ปลาเก๋า) |
|
|
|
เฮ้สะลา ลาล้า หล่าลา หล่าลา หล่าลา ล้าลา ล้า..ลา ....สวัสดีครับพี่น้อง มาฟังผมร้องกันซักหน่อย เสียงผมอาจไม่อร่อย ถ้าฟังบ่อยๆก็ดีนะจ๊ะ ตัวผมน้องกล้วยไม่หล่อ แถมพ่อไม่รวยไม่เด่น แต่เป็น..คนหนุ่มหน้าทะเล้น ใครเห็นเป็นรักกกก...ทุกราย...... เตงเต่งเต่งเต้ง เตงเต่งเต้งเตง..เตรร่ง..... รูปไอ้กล้วยที่แต่งเป็นลิเก (เคยแสดงจริง) ไอ้กล้วยเป็นคนบ้านสวนดำเนินสะดวก ราชบุรี มีนิสัยที่ไม่คิดอะไรมากนัก วันๆก็เที่ยวเตร่ เล่นสนุกประสาวัยรุ่น ผูกพันกับลิเกมาตั้งแต่เด็ก ชอบแสดงตามบทบาทที่ได้รับ ไอ้กล้วยวันๆก็จะซ้อมร้องลูกอ้อน ลูกยอ หัดรำ แล้วหัดทำหน้าจิ้มลิ้ม แต่ถึงทำยังไง หัวหน้าคณะก็ยังให้รับบทเป็น"ตัวโกง" ซึ่งทางหัวหน้าได้ดูลักษณะแล้ว มันน่าจะเหมาะกว่า"พระเอก"อยู่มาก
จึงได้รับเลือกเล่นแต่บทนี้อยู่เสมอ "เอ็งเล่นเป็นตัวโกงเถอะ เหมาะกว่า อย่าหัดทำหน้าจิ้มลิ้มเลย ไอ้กล้วยกูจะอ้วก" หัวหน้าคณะกับคนรอบข้างรำพันให้ฟังอย่างนั้น ไอ้กล้วยมีอาชีพที่ไม่อยู่เป็นหลักแหล่งและนิสัยส่วนตัวเป็นคนเจ้าชู้ ไปที่ไหนก็ได้เมียที่นั่น (ไม่รู้ไปชอบมันตรงไหน)มันเลยมีลูกมีเมียหลายคน นับคร่าวๆลูก 4 เมีย 4 ไอ้กล้วยเป็นคนที่ รักคนใกล้ตัวง่าย จิตใจอ่อนแอ เคยเห็นแต่สิ่งผิดๆ เลยทำแต่สิ่งที่ผิดมาตลอด จนทำให้ตัวเองคิดว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูก ไอ้กล้วยเลยตามเพื่อน เอ็งทำอะไร กูก็เอาด้วย ไช่ครับ..... กล้วยติดยา ถึงขั้น อาการหนัก จนต้องมีชีวิตตกระกำลำบาก เมียทิ้งไปทีละคน ทีละคน จนเหลือ เมียคนสุดท้ายคนเดียวกับลูกอีกคนหนึ่ง ไอ้กล้วยเลยต้องเลิกเพราะความจำเป็นกับสิ่งเสพติดที่รักมากมายมากกว่าเมีย หันเหเข้ากรุงเทพ ไปตายเอาดาบหน้า "ไอ้กล้วยจึงเลิกยาแล้วเด็ดขาด" ทำมาหลายอาชีพ เด็กปั้ม ล้างรถ ซ่อมรถ ตัดสติกเกอร์ ช่างไฟ กระเป๋ารถเมย์ แม้กระทั่งรับจ้างตีหัวเด็ก ...สุดท้ายเขาก็ไปเป็นคนทำปลา เราบอกแล้วว่ากล้วยเป็นคนหัวไว กะล่อนลอกแลก เอ้ย ไม่ไช่...คล่องแคล่วต่างหาก สามารถพลิกชะตาชีวิตขึ้นมาแล้วเปลี่ยนตัวเองอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเป็นผู้ชำนาญการในการแล่ปลาทุกชนิด เขาเป็นวิทยากรรับเชิญหลายแห่ง เขาเรียนรู้เรื่องปลาอย่างละเอียด
กำลังแนะวิธีการแล่ปลา กล้วยอธิบายให้เราฟังว่า ปลามีหลายประเภทผมก็เริ่มจะศึกษา แต่ที่รู้และเล่าเรื่องได้ก็คงมีแต่ปลาเก๋า เลยขออธิบายปลาเก๋าว่าปลา เก๋ามีหลายชนิดมากๆ จนบางทีก็ยังไม่รู้มากนักเลย แต่ที่รู้รู้ว่ามีขายกันอยู่ ก็ซัก 5-6 ชนิด ที่เหลือเขาเลี้ยงไว้สวยงามบ้าง ในตู้อควาเลี่ยมบ้าง แล้วแต่ว่าใครจะไปเห็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆมันอร่อย ปลาเก๋าแดง บางทีก็เรียก ปลากระรัง ปลาเก๋าลายดอก เก๋าหิน เก๋ารู (ลายดำ)
เก๋าตุ๊กแก (เลี้ยงกระชัง) เก๋าเมีย
เก๋าดอกหางตัด
เก๋าบั้ง
เก๋ากุดสลาดจุดฟ้า
อันนี้ไม่ไช่ปลาเก๋า เห็นว่าคล้ายๆเลยเอามาให้ดู (ก็ไม่รู้เหมือนกัน) ปลา เก๋าอย่างที่เห็นมีหลากหลายมากมาย แต่ที่แน่ๆเป็นปลาเศรษฐกิจอย่างแรง สามารถเลี้ยงในกระชังได้ ราคาสูง แต่ที่แพงสุดเห็นทีว่า ปลาเก๋าสีแดงคงเอาชนะเลิศไปได้เลย ปลากุสลาดจุดฟ้า บางทีเขาก็นำมาทำปลาดิบกัน (เคยกินอยู่คำเดียว นานมาแล้วด้วย เลยจำรสชาติไม่ได้ แต่รู้ว่ากินจานละ 1200 บาท เลยไม่อยากกินมันแล้ว)
แต่ความน่าสนใจของปลา เก๋าอยู่ที่เวลาตัวเล็ก มันเป็นเพศหญิงหรือเป็นตัวเมีย ถ้ามันโตขึ้นถึงขนาดที่ประมาณตัวละ 3 กิโล การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ก็จะกลายเป็นตัวผู้ทันที เป็นการสร้างและอนุรักษ์เผ่าพันธ์ตามธรรมชาติ นี่แหละเป็นความน่ารักของเขา พึ่งพาตัวเอง แต่มันไม่ผสมพันธ์ตัวมันเองได้หรอกนะ ไม่ขนาดนั้น แต่เนื้อปลาเก๋าตัวเมียก็จะนุ่มกว่า แต่ส่วนตัวผมชอบตัวใหญ่ๆ ถ้าตัวยิ่งใหญ่ หนังยิ่งหนา ไขมันใต้หนังเยอะ เนื้อก็เด้งๆ รู้สึกถึงพละกำลังปลา เวลาว่ายน้ำเลยทีเดียว ปลา เก๋า เนื้อปลาไม่ได้จะอร่อยอย่างเดียว หัวปลาก็จัดได้ว่า อร่อยขั้นเทพ เลยก็ว่าได้ แต่หากินยากครับ ที่อร่อย เพราะแต่ละที่ จะเจอแบบไม่ค่อยสดแล้ว แต่อร่อยมากเพราะเนื้อติดกระดูกช่างสนุกเหลือเกินเวลากิน แต่ก็นั่นแหละ ต้องรักการกินตัวจริงถึงจะกินหัวปลาได้ เพราะมันยากครับ ต้องแทะต้องเล็มสารพัด อีกส่วนหนึ่งถ้าไม่บอกก็คงจะขาดไปนิดหนึ่ง" ถุงลมปลา "ที่เขาเรียกกระเพาะปลานั่นแหละ ปลาเก๋าถุงลมจะหนา และกรุบ เวลาทาน หั่นชิ้นเล็กนิดนึง เหมือนกับ กระเพราะหมูก็ได้หั่นเป็นเส้นๆ ใครกินเป็น แทบแย่งกัน หัวหกก้นขวิด แหงๆเลย
ปลา หมอทะเล จะเรียกเป็นตระกูลเดียวกันก็คงไม่แปลกนะ ก็ดูเอาเองแล้วกันเหมือนกันยังกับแกะ... (ไม่ไช่แกะ) ในภาพเขาจับได้จากทะเลจีนใต้แถบ เมืองจีน ในข่าวเขียนไว้ว่า ตัวละ 305 กิโลกรัม ผมไม่เคยเห็นครับ ตัวใหญ่ขนาดนี้ เพราะใหญ่สุด ที่ผมเห็นก็แค่ ตัวละ 142 กิโลกรัม อย่างในภาพ ผมเอาไปขาย หัวปลาอย่างเดียว ก็ยกกันสองคนแล้ว (หัวอย่างเดียวหนัก 57 กิโล หลังจากเอาเนื้อออกแล้ว) จำได้ว่ายกทั้งหมด 6 คน ใช้กิโล 3 ตัวชั่งแบบทุลักทุเล เอาไปขายที่เดอะมอลล์บางแค คนแตกตื่นเป็นแถว อย่าว่านะครับ ผมยังแตกตื่นเลย เนื้อปลาหมอทะเล อร่อยมาก หนังหนาสุดๆ แต่ความหนาของหนังนี่ซิครับ เกิดมายังไม่เคยกินปลาอะไร อร่อยเท่านี้มาก่อน มันมีไขมันใต้หนัง อยู่ระหว่างเนื้อกับหนัง ถ้ายังนึกภาพไม่ออกลองคิดถึง หมูสามชั้น เวลากินหมูกรอบดู สุดยอดครับ แต่ก็มีปลาอีกชนิดนะเขาเรียกภาษาจีนว่าอะไรจำไม่ได้ แต่ลักษณะเหมือน ปลากุเลาหนวดพราห์ม เนื้อก็คล้ายๆแบบนี่นั่นแหละ อร่อแต่หากินยาก เคยไปกินข้าวต้มแถวตรอกจันทร์ เคยไปเจอพอดี น้ำหนัก 110 กิโล ........แหมรสชาติประทับใจจริงๆ เจ้า กล้วยอธิบายมาพอเข้าใจ ผมก็เขียนตามคำบอกแล้วมาผสมกับ สิ่งที่เคยเจอเล็กๆน้อย แล้วมาทำเมนูง่ายๆให้กิน เป็นเนื้อปลาเก๋าผัด คึ่นไฉ่ เมนูนี้เราเน้นความสดของเนื้อปลา จึงไส่เครื่องเทศน้อยๆ เอาความเป็นตัวตนออกมาให้มากที่สุด ไม่งั้นเราจะกลบเกลื่อน ความเป็นตัวมันเอง จนเราหาตัวมันเองไม่พบเลย (รสชาติ นะครับ)
ก็ว่าตั้งแต่ตอนต้น แหละครับ ไอ้กล้วย ผมบอกแล้วว่าเป็นคนใจอ่อนแอ มีวลีของตัวเขา ที่ชอบพูดกับเพื่อนๆ อยู่เสมอ เหมือนสอนตัวมันเอง เขาบอกว่าอย่างนี้ครับ " โตๆกันแล้ว ดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้" ชีวิตกล้วยจึงต้องตกระกำลำบากอีกครั้ง ติดเพื่อน ติด....เหมือนเดิม จนต้องพาตัวเองไปอยู่ที่คนธรรมดาไม่ไปอยู่ ออกมาก็ยังคงเป็นแบบเดิม ชีวิตเริ่มตกอับอีก ตกงาน เงินหมด ต้องประกอบวิธีทุกอย่างให้ได้เงิน เพื่อแลกกับความต้องการบางอย่าง จึงต้องทำให้เสียเพื่อน เสียญาติ เสียมิตรที่จริงใจ สุดท้ายเมียที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ก็ทนไม่ไหวทิ้งไปอีกคน ชีวิตกล้วยมืดมน ไร้ทางออก จึงขอเริ่มชีวิตใหม่พร้อมกับความผิดหวัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเอง คิดถูกหรือผิด วิธีนี้จะเป็นวิธีที่หนีปัญหาหรือเปล่า แต่กล้วยก็เลือกที่จะเดินทางนี้แล้ว การลาจากผ้านุ่งหลากสี สู่ร่มกาสาวภัตร ทุกคนก็หวังว่า การกลับมาครั้งหน้าหลังจากการแปลงร่าง อาบชีวิตใหม่แล้ว ไอ้กล้วย ที่เป็นพระแล้ว คงเป็นพระกล้วยที่น่าโมทนา สาธุ ผมก็คนหนึ่งที่ขออวยพรกับพระน้องชาย ที่เพิ่งจะบวชไปวันที่9/11/2552 นี่ด้วยใจรักยิ่ง |
| แก้ไขล่าสุด ( วันพุธที่ 10 สิงหาคม 2011 เวลา 08:50 น. ) |











ข้อคิดเห็น
ติดตามข้อคิดเห็นนี้ในรูปแบบ RSS feeds