| ล้งกุ้ง-ล้งปลา |
|
|
หน้า 1 จาก 2 เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์ เมื่อกล่าวถึงคำขวัญนี้คิดถึงเมืองใดไปไม่ได้เลยนอกจาก จังหวัดสมุทรสาคร หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า มหาชัย เป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำท่าจีน สมัยก่อนใช้เรียกแทนชื่อจังหวัดว่า "ท่าจีน" เพราะแต่เดิมเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดอ่าวไทยมีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำสำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมาก จึงเรียกกันติดปาก จนกลายเป็นตำบลท่าจีน ต่อมาปี 2091 สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง ด้วยมีพระราชประสงค์จะใช้เป็นที่ระดมพลสำหรับสู้รบกับพม่า บ้านท่าจีน จึงยกฐานะเป็นเมือง "สาครบุรี" เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูที่จะมารุกรานทางทะเล ตั้งแต่นั้นมาจนถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมือง"สาครบุรี" เป็นเมือง "สมุทรสาคร"
ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างสรรค์ความเจริญ ให้แก่ท้องถิ่น โดยใช้รูปแบบการปกครองแบบสุขาภิบาล และเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 ได้ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมเป็นสุขาภิบาล เรียกว่า สุขาภิบาลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร จึงถือได้ว่าสุขาภิบาลท่าฉลอม เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกในหัวเมืองของประเทศไทย เอกลักษณ์ท่าฉลอม เมืองท่าสำคัญในการสัญจรไปมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ท่าฉลอมยังได้ชื่อว่า เป็นตำบลที่มีการเติบโตสูงสุด อีกทั้งยังรวมวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยไว้เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ความคับคั่งหนาแน่นของผู้คน ทำให้บรรยากาศริมฝั่งตลาดท่าฉลอมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตลาดท่าฉลอมในสมัยนั้นจึงถือได้ว่า เป็นย่านการค้าที่มีทำเลอันอุดมไปด้วย อาชีพมากหลาย ทั้ง การทำประมง ดองปลา ทำกะปิ และน้ำปลา ที่นี่จึงมีทั้งตลาดน้ำในยามเช้า และตลาดสดบนบก รวมถึงมีบ่อน ถั่วโป โรงฝิ่น โรงเหล้า โรงมโหรสพ และวิกลิเก อีกสารพัดครั้น ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งได้พระราชทานดำริในการกระจายอำนาจแก่ท้องถิ่นขึ้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116 ขึ้น มีกำนันคนแรก(ดังในรูป) เกิดขึ้นที่สุขาภิบาลแห่งนี้
โดยสุขาภิบาลนี้จะทำหน้าที่ทำลายขยะมูลฝอย จัดเก็บของเสียจากการขับถ่ายของประชาชนทั่วไป จัดการห้ามมิให้ต่อไปภายหน้ามีการปลูกสร้างหรือซ่อมโรงเรือนที่จะเป็นเหตุให้เกิดโรค หรือขนย้ายสิ่งของโสโครกและสิ่งรำคาญของมหาชนให้พ้นไปเสีย ตำบลท่าฉลอม จึงถูกยกฐานะเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม ซึ่งเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย วันที่ 18 มีนาคม 2448ต้นแบบการปกครองสุขาภิบาลท่าฉลอม กลายเป็นต้นแบบการปกครองท้องถิ่นที่สำคัญ ตามระบอบประชาธิปไตยของเมืองไทย เมื่อมีการกระจายอำนาจการปกครองให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ความร่วมมือร่วมใจของชาวท่าฉลอม แต่ด้วยท่าฉลอมอาชีพของคนในพื้นที่ส่วนใหญ่แล้ว มีอาชีพประมง สมัยก่อนนั้นทรัพยากรในน้ำมีมากจนเรียกว่า "ล้นตลาด" กุ้งปลา เน่าเสียเป็นจำนวนมาก ทำให้บ้านเมืองที่จะเป็นตัวอย่างนั้นดู ไม่สบายตา จึงต้องมีการจัดทำสถานที่แปรรูปที่ไว้คอยกักเก็บเพื่อไม่ไห้บ้านเมืองเกิดความสกปรก จึงได้สร้างสถานที่ปกคลุม มีหลังคา เป็นเพิงหมาแหงน( เรียกกันแบบเข้าใจ) นำมาใช้เป็นครั้งแรก ส่วนคำว่า "ล้ง" จึงได้มีการใช้เรียก สถานที่แปรรูปแบบนี้ ขึ้นเป็นครั้งแรก คำว่า"ล้ง" จึงมีความหมายเพียงแค่ สถานที่ ที่ๆมีหลังคาปกคลุมเท่านั้น เป็นสถานที่คอยทำกิจกรรมต่อเนื่องจากทะเล และกำจัดขอบเขตพื้นที่การทำงานอันทำให้เกิดความสกปรก แต่ปัจจุบัน คำว่า"ล้ง" ยังถูกตกทอดมาถึงตอนนี้ เพราะถ้าใครๆ พูดถึงคำว่าล้ง นักวิชาการต่างๆ หรือคนต่างถิ่น ล้วนไม่เข้าใจว่า คำว่า"ล้ง" นั้นมันแปลว่าอะไร เดี๋ยวนี้ กรมประมงได้ยกมาตรฐาน"ล้ง" เสียใหม่ว่าเป็นสถานที่แปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้นซึ่งต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของกรมประมง เพื่อยกให้เป็นมาตรฐานมากขึ้นจึงสามารถจัดเป็นโรงงานประเภท (ข )ที่ไม่มีเครื่องจักร แต่ก็เป็นสถานที่ที่เน้นความสะอาดมีการตรวจและประเมินเพื่อให้ได้ใบอนุญาติในเขตพื้นที่ กับบุคคลที่จะประกอบอาชีพแปรรูปประมงต่อไป |
||||
| แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2011 เวลา 11:15 น. ) |





