| วังกุ้ง |
|
|
|
กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เติบโตแบบธรรมชาติ เป็นการเติบโต ที่ต้องอาศัย อ๊อกซิเจน และแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ เช่น แพลงตอน ไรน้ำ เพื่อให้เกิดวงจรชีวิต ปลาใหญ่กินปลาเล็ก อย่างที่พวกเราเข้าใจกัน ในเขตพื้นที่ใด มีความพร้อมทั้งเรื่องอ๊อกซิเจน กับอาหาร พื้นที่เหล่านั้นต้องเป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์มากๆ เพราะไม่เช่นนั้น แพลงตอน เป็นสัตว์ที่บอบบางกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะต่างๆ ย่อมเป็นยากที่สัตว์ชนิดนี้จะดำรงอยู่ได้
เพราะฉนั้นเขตพื้นที่ ที่เหมาะสมจึงเป็นบริเวณที่เป็นดินโคลนตม แนวป่าชายเลน มีปัจจัยที่เอื้อกับการวางไข่ของปลา และการเติบโตได้อย่างดี เมื่ออาหารสมบูรณ์ น้ำดี อ๊อกซิเจนดี สัตว์ทะเลที่อยู่ในบริเวณนี้จึงได้กินแพลงตอนที่มีสารอาหารสมบูรณ์ สัตว์ที่กินก็จะมีความสมบูรณ์ ลักษณะแบบนี้ จึงมีการค้นคิดวิธีการกักเก็บแบบธรรมชาติไว้ในพื้นที่สิทธิ์ของตัวเอง การขุดบ่อลักน้ำในแนวน้ำทะเลขึ้นและลง โดยสามารถนำคลองส่งน้ำ เพื่อเข้าพื้นที่ตัวเองที่ได้ขุดเจาะด้วยขนาดที่กว้าง-ยาวเหมะเสม แต่ไม่ลึกจนเกินไป เพื่อให้อ๊อกซิเจนมีเพียงพอ จึงทำให้ขนาดของแต่ละบ่อ มีขนาดไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ลึกไม่เกิน 1 เมตรของพื้นที่กลางบ่อ และทำการขุดร่องน้ำบริเวณรอบในให้ลึก ประมาณ 2 เมตร เป็นขอบชั้นใน เพื่อรองรับน้ำทะเลและสัตว์บางชนิดที่ชอบอยู่น้ำเย็นกว่า จึงต้องขุดให้ลึกกว่าปกติ ไม่มีการใช้เครื่องจักรใดๆในการทำแบบนี้ จะมีบ้างก็เป็นเพียงมอเตอร์ดูดน้ำเข้าออกเพียงเล็กน้อย ลักษณะพื้นที่ดังกล่าวที่ว่านี้ ชาวประมงแถบจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ เรียกว่า "วัง" เขาไม่เรียกว่า"บ่อ" ถ้าพื้นที่ใดเรียกว่า"บ่อ" แปลว่าที่นั่นต้องเป็นการเลี้ยงแบบพัฒนา ที่อาศัยเครื่องตีน้ำช่วยจะเรียกว่า "วัง" ไม่ได้ ต้องเรียกว่า "บ่อ"
ผลผลิตที่ได้ใน "วัง" จึงมีความสมบูรณ์ด้านอาหารและอ๊อกซิเจนอย่างเพียงพอ เพราะชาวประมงที่ทำวัง ต้องคอยดูแล เปิดประตูน้ำที่กั้นระหว่างคลองส่งน้ำกับน้ำในวัง อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อาหารหรือแพลงตอน ที่ติดมากับน้ำทะเล และเชื้อกุ้ง ปลา ที่อยู่ในทะเล เข้ามาใน"วัง" ตังเอง เชื้อกุ้ง-ปลาพวกนี้เมืท่อเข้ามามีขนาดเล็กมากจนบางที่เราก็ไม่ทราบว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ พอถึงช่วงปล่อยน้ำออกตอนน้ำลง ชาวประมงก็จะคอยปล่อยน้ำใน"วัง"นั้นออกมาด้วย เพื่อจุดประสงค์หลัก คือ การถ่ายเทน้ำในวังออกทำให้เกิดอ๊อกซิเจน น้ำมีการเคลื่อนที่ และป้องกันการเกิดการเน่าเสียของน้ำใน"วัง" ไปด้วย เมื่อการปล่อยน้ำถูกกำหนดเวลาจากน้ำขึ้น-น้ำลง ชาวประมงจึงต้องมีถุงอวนตาข่าย สำหรับดักสัตว์ จำพวกกุ้ง ปลา ไปด้วย ได้ผลผลิต ออกมา เกือบทุกวัน ตลอดการปล่อยน้ำเข้า-ออก กุ้งปลาที่อยู่ในวังจะมีลักษณะที่แตกต่างจากที่อื่น คือ ความมันวาวของเนื้อกุ้ง และเนื้อปลา เรียกได้ว่า ไม่มีที่ใดในโลกนี้ จะมีรสชาติที่"ละมุน" มีความมันของไขมันใต้เปลือก หรือเกล็ด อย่างไม่มีที่ไหนทำได้ ดินเลนในพื้นที่ในวัง จึงเป็นตัวบ่งบอกถึงสภาวะน้ำได้ดี เพราะเมื่อถึงเวลา 1 ปี จะมีการถ่ายน้ำออกจากวัง หรือการตากดิน ป้องกันดินเสีย แต่กรณี "วังของเจ้าของใด มีขนาดที่กว้างถึง "วังละ" 100 ไร่ โอกาศการถ่ายน้ำเข้าน้ำออก ก็เป็นไปได้ยาก เพราะทั้งดินทั้งน้ำในวัง โอกาศที่เสียก็จะมีน้อยกว่า เหมือนการ "จำลองทะเล" มาในฝั่ง นั่นเอง
จากรูปเราจะเห็ว่า บ่อพัฒนามีเครื่องตีน้ำช่วยเติมอ๊อกซิเจนในบ่อ แต่วังกุ้ง จะไม่มีแต่คลองส่งน้ำและประตูปิด-เปิด หรือการตากบ่อ ขุดลอกดินก็จะมีเหมือนกัน แต่บ่อเลี้ยงแบบพัฒนา ต้องทำบ่อยกว่า เพราะด้วยสาเหตุหลักของน้ำที่โอกาศเสียสูงมาก ด้วยอาหารที่ให้ เป็นอาหารเม็ดชีวภาพ ไม่ไช่แพลงตอน ที่มากับน้ำทะเล แบบของ "วังกุ้ง" |
| แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2011 เวลา 16:07 น. ) |






