โป๊ะปลาทู พิมพ์ อีเมล

           เครื่องมือประมงประจำที่ ที่เรียกว่า "โป๊ะ" ที่คนรุ่นเก่าได้ประดิษฐ์คิดค้นเพื่อใช้สำหรับดักปลาให้อยู่ในโป๊ะ เป็นวิธีการจับแบบละมุนละม่อมที่สุด ที่ทำให้ไม่เกิดความบอบช้ำ หรือบางที่เขาเรียกว่า ไม่เครียดนั่นแหละ เป็นการสร้างห้องไว้กลางทะเล ล่อลวงปลามาไว้ในนี้ จะใช้วางตำแหน่งตามทิศทางของน้ำและลม โดยการคำนวณ ความเป็นไปได้ของธรรมชาติของปลาที่ จากการสังเกตุของคนโบราณอยู่นานวันแล้วจัดตั้งเป็นทฤษฎีถ่ายทอดกับลูกหลานที่ทำอาชีพนี้เท่านั้น เพราะจากการสังเกตุอยู่ทุกวันว่าปลาทูตัวผอมๆ หางเขียว จากแดนใต้ เมื่อถึงเวลาประมาณเดือน สิงหา-ธันวา โดยประมาณ จากปลาตัวผอมมาเติบโตในหน้าน้ำแม่กลอง ด้วยแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ปลาตัวผอม ก็จะกลายเป็นตัวอ้วน หางเหลือง หนังบางๆ ทันที เมื่อรู้ว่าช่วงเวลาที่ปลาจะว่ายน้ำมาทางนี้ เมื่อช่วงเวลานี้  ประมาณนั้น

pratoo1

          คนโบราณ จึงหาเครื่องมือมาหลอกล่อให้ติดเป็นกับดัก ซึ่งใช้ภูิมิปัญญาขั้นสูงอย่างมากในการ จัดวางโป๊ะในแต่ละลูกเพื่อให้ได้ปลาเนื้อดีที่สุด ด้วยวิธีที่แสนละเอียดอ่อน  สมัยก่อน จากประวัติเดิมนั้น มีโป๊ะที่อยู่ในแถบ หน้าอ่าวประมาณ 200-300 ลูก

     แต่สิ่งที่คนรุ่นเก่าเหลือไว้กับการอยู่ร่วมทำมหากิน คือ การไม่ทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน อยู่อย่างเอื้อเฟื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่านำไปใช้อย่างยิ่ง แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น มีวิธีการจับแบบใหม่ๆ ด้วยเรือประมง เกิดผลผลิตร่ำรวยกันมหาศาล จนทำให้เจ้าของโป๊ะแต่ละลูกแปรผันตัวเองเป็นเจ้าของเรือประมงแทน ประกอบการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ทรัพย์กรในน้ำ ที่ไม่สามารถกำหนดกะเกณท์ถึงจำนวนปลาได้ อย่างวิธีอวนลาก อวนติด ที่ได้ครั้งละมากๆ กว่าการจับแบบอยู่กับที่แบบ"โป๊ะ" เหล่านี้

     ณ ตอนนี้ ปี 2553โป๊ะจึงเหลือไม่เกิน 5 ลูก ที่หลายหน่วยงาน ขอร้องให้เจ้าของโป๊ะ ช่วยอนุรักษ์เก็บเอาไว้ ด้วยคุณค่านั้นมากมาย แต่ผลลผลิตกับเม็ดเงินที่ได้กลับลดน้อยลงอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ถ้าโป๊ะชุดสุดท้ายนี้หมดไปก็ยากที่จะมีใครมาทำ โป๊ะแบบนี้อีกแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนโป๊ะแต่ละลูกมีค่าใช้ไม่ต่ำกว่า  4-5 แสนบาทต่อโป๊ะ 1 ลูก เมื่อเทียบกับปริมาณการจับได้กับการลงทุนนั้น ไม่คุ้มกันอย่างมากแต่อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของคำว่า "โป๊ะ"

 

pratoo2

          ในปัจจุบันเริ่มเป็นที่ยอมรับถึงความสดใหม่กับตัวสินค้าอย่างมาก โดยเฉพาะปลาทู ถ้าปลาทูจับด้วยโป๊ะจะมีราคาสูง กว่าอวนติด อวนดำ แต่ตัวปลาที่ได้จะมีขนาดที่เล็กกว่ามาก เพราะเป็นปลาหน้าอ่าว น้ำตื้น ปลาที่ได้ จะมีหนังที่บาง หางเหลือง ตัวนิ่ม แต่รสชาติสุดยอด ของปลาทูเลยก็ว่าได้ จนเดี๋ยวนี้ ใครนำปลาทูอะไรมา จะเติมท้ายด้วย"โป๊ะ" เสมอ ปลาทูโป๊ะเป็นการกู้จับปลาทุกวัน หลังจากน้ำลงไปได้ซักประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่เกิน ครึ่งวัน ปลาที่ได้จากโป๊ะ ก็จะกลับมาสู่ฝั่งทันที เพราะฉนั้นความสดที่ได้ จึงแตกต่างกันกับแบบอื่นอยู่มากมาย ทำให้มีการจำแนกความแตกต่างนั้น ต้องตอบว่าเป็นการยากที่คนเมืองจะเข้าใจถึงความแตกต่างอันนั้น และบางทีก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่คนทะเลอย่างเรา กินปลาสดทุกวัน ปลาเหมือนกัน บางวันกินดี บางวันกินไม่ดี เขาก็จะรู้จากความชำนาญนี่แหละ


เขาจึงแบ่งปลาทูออกเป็น 3 ระดับ อันดับ

1  ปลาทูโป๊ะ

2 ปลาอวนดำ อวนติด

3 ปลาอวนลาก ดังที่กล่าวมาจะเห็นว่าปลาทูที่ติดอยู่ในโป๊ะนั้น มีความสดและความบอบช้ำน้อยที่สุดถ้าเทียบกับการจับสัตว์ด้วยวิธีอื่นทำให้ถูกจัดอันดับความอร่อยให้เป็นความสุดยอด


วิธีการวางโป๊ะ
ใช้วิธีวางตามแนวน้ำขึ้นน้ำลง โดยจะวางหันปีกโป๊ะให้สวนกระแสน้ำลง เพราะธรรมชาติของปลา จะว่ายเดินหน้าอย่างเดียว และจะว่ายทวนน้ำเสมอ

pratoo3

pratoo4

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2011 เวลา 12:08 น. )
 

ข้อคิดเห็น  

 
0 # jai 27-07-2010 13:27
ที่เขาเรียกปลาทูลัง คือปลาทูชนิดไหนค่ะ
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 
 
0 # sirikhun 28-07-2010 06:21
เป็นปลาทูตัวยาวหน้ายาว บางทีเรียกปลาทูยาว ตัวใหญ่กว่าปลาทูหน้าอ่าว ที่มีลักษณะสั้นและตัวป้อม แต่เนื้อปลาทูลัง จะแข็งกระด้างกว่ามาก สังเกตุได้ว่าตาปลาทู จะโตๆ แต่ก็เป็นตระกูลเดียวกันนั่นแหละ แต่มันคนละฝูงกัน
ตอบ | ตอบโดยอ้างถึง | อ้างอิง
 

ลิขสิทธิ์ © 2010 Seafoodlife ทะเลสดใหม่ อ่าวไทยเราเอง. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.

 


BLOG COMMENTS POWERED BY DISQUS