|
ปลาอินทรี ส่วนใหญ่ที่ได้พบเห็นกันในท้องตลาด เป็นปลาอวนลอย เป็นอวนติดตา จัดเป็นเครื่องมือประมงที่ใช้อวนยาวมากที่สุดในบรรดาอวนติดตาทั้งหมด ในอดีตการกู้อวนใช้เฉพาะแรงคนจึงใช้อวนยาวไม่มากนัก แต่ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องกว้านอวนช่วยในการกู้อวนจึงทำให้สามารถใช้อวนยาว มากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 1 เท่า จำนวนเรือที่ลอยอวนปลาอินทรีย์ ในช่วงเวลานี้ (2553) มีไม่ถึง 100 ลำ ในอ่าวไทย จำนวนคนอวนและลูกเรือทั้งหมด 10-15 คน จังหวัดที่ทำการประมงแบบนี้ ได้แก่ จังหวัดตราด ระยอง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี ส่วนทางฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดพังงา ภูเก็ต ระนองและตรัง เป็นต้น

โดยชาวประมงจะเริ่มออกจากฝั่งในช่วงพระจันทร์ข้างแรม หรือเดือนมืด ใน 1 รอบของเดือน จะเริ่มจากข้างแรม 3 ค่ำ และจะเข้าฝั่งที่คืนเดือนหงาย หรือ ข้างขึ้น12 ค่ำโดยจะมีระยะเวลาจับปลาประมาณ 22 วัน โดยธรรมชาติของปลาอินทรีนั้นจะขึ้นมาหาอาหารพวกแพลงตอน หรือไรน้ำ ตอนกลางคืน ส่วนใหญ่จะเป็นเดือนมืดพระจันทร์น้อยๆ ไม่สว่างมาก เพราะไรน้ำพวกนี้จะชอบขึ้นมาบนผิวน้ำ
ในบริเวณน้ำลึกตั้งแต่ 20-60 เมตร เป็นช่วงที่ปลาอินทรีย์จะชอบอยู่อาศัย เมื่อถึงเวลาปล่อยอวนจริงๆ ไต๋เรือหรือใต้ก๋งเรือเท่านั้นจะเป็นผู้ออกคำสั่ง ไม่นิยมใช้เครื่องมืออิเลคทรอนิคส์เหมือนกับเรืออวนลาก เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว จะปล่อยอวนสีเขียว ปล่อยให้ผืนอวนเป็นแนวตรง ตามทิศทางของกระแสลม เสร็จแล้วผูกเรือไว้กับปลายสุดของผืนอวน ที่ด้านใต้ลม ปล่อยให้เรือและอวนล่องลอยไปตามกระแสน้ำและลม ประมาณ 6 ชั่วโมง จึงเริ่มกู้อวนซึ่งจะเสร็จสิ้นในตอนเช้าตรู่ แต่จะเพิ่มทุ่นลอยพร้อมกับสัญญาณไฟไว้ด้วยที่ตำแหน่งปลายสุดของอวน เพื่อบอกถึงตำแหน่งปลายอวนว่าอยู่ที่ไหน และป้องกันการชนของเรือผู้อื่น โดยจะลอยปลาในช่วงเวลา 16.00 ถึง 19.00 น.(3 ชั่วโมง เรียก 1 ลอย) วันละครั้ง เพื่อปล่อยและทำการกู้ปลาในรอบ 1 วัน เพียงครั้งเดียว ช่วงกลางวัน เป็นการพักผ่อน ซ่อมแซมอุปกรณ์ จัดเรียงอวน และเป็นการขับเรือหาเป้าหมายเท่านั้น

พอได้ปลาแล้ว ปลาที่จับได้ในวันแรกๆ ชาวประมงเรียกว่าเป็น “ปลาต้นน้ำ” และถ้าจับได้วันหลังๆก่อนที่จะเข้าฝั่งว่าเป็น “ปลาปลายน้ำ” โดย ใน 1 รอบของการออกหาปลา จะสามารถเข้าฝั่งได้ประมาณ 2 ครั้งโดยเฉลี่ย ถ้าได้ปลามากกว่านี้ อาจเข้าเร็วประมาณ 3 ถึง 4 ครั้ง ในแต่ละน้ำ แต่ที่เข้าฝั่งนั้น เขาจะเข้าฝั่งในตำแหน่งที่ใกล้ที่สุดของเรือ ไม่ไช่ ต้องวิ่งเรือกลับบ้าน แต่จะต้องมีรถไปถ่ายปลาขึ้นมาขายต่อไป แต่ถ้าถึงวันเข้าฝั่ง เข้าบ้านตัวเองจริงๆ เพื่อหยุดทำการประมง เป็นช่วงที่พระจันทร์ขึ้นเต็มดวง เขาจะเรียกว่า “เรือหยุดหงาย” ถือว่าเป็นการจบการล่าอินทรีในรอบนี้ แล้วเริ่มรอบใหม่ในอีก ประมาณ 7 วันข้างหน้า ช่วงนี้เอง จึงอาจทำให้ไม่เห็นมีปลาในท้องตลาด อวนลอยติดตาแบบนี้ สัตว์น้ำที่เป็นเป้าหมายหลัก คือ ปลาอินทรี ปลาโอลาย ปลาโอดำ ปลาโอแกลบ ปลาจะละเม็ดดำ ปลาฉลาม ปลาน้ำดอกไม้ ปลาอีโต้มอญ และปลากระโทงแทง เป็นต้น
แต่ในระหว่างที่อยู่ในท้องทะเล การจับปลาย่อมได้ขนาดที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ชาวประมงจะแยกปลาอินทรีที่ไม่ได้ขนาด คือขนาด ไม่เกิน 3 กิโล จะทำการดองเพื่อเป็นปลาเค็มใต้ท้องเรือทันที เพื่อประหยัดน้ำแข็ง และราคาปลาสดก็ไม่ได้ราคาที่สูงมากนักกับขนดแบบนี้ สู้กับราคาปลาอินทรีย์เค็มไม่ได้ แล้วจัดเก็บสินค้าไว้ใต้ท้องเรือ แต่ถ้าปลาสดทีจับได้ มีจำนวนมากพอสมควรประมาณ 500 ก.ก ขึ้นไป ไต้ก๋งจะต้องเป็นคนตัดสินใจ ว่าจะเข้าฝั่งหรือจะทำอย่างไรกับปลาที่ได้นี้ จะเข้าฝั่งที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้รถขนถ่ายสินค้าไปขายเป็นปลาสดหรือไม่เข้า ฝั่งจะดองเป็นเค็มทั้งหมด มันขึ้นอยู่กับไต๋ คนเดียวเท่านั้น
|
|
แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2011 เวลา 12:00 น. )
|
ข้อคิดเห็น
ติดตามข้อคิดเห็นนี้ในรูปแบบ RSS feeds