| เดือนมืด-เดือนหงาย |
|
|
|
ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ชาวบ้านทราบว่าดวงจันทร์จะขึ้นช้าไปวันละประมาณ 40-50 นาทีต่อวัน และจะขึ้นและลงใน 1 วันจะขึ้นลง 2 ครั้งต่อวัน จาการสังเกตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเป็นความแม่นยำ และจะรู้กันทั่วไปในหมู่คนทะเล และคนที่ทำประมงพื้นบ้าน เป็นหลักการว่า
"ข้างขึ้นพระจันทร์ขึ้นกลางวัน ตกกลางคืน
ข้างแรมพระจันทร์ขึ้นกลางคืน ตกกลางวัน"
![]() จากอาการของน้ำขึ้นและลงตามที่เราเห็น กับตำแหน่งของดวงจันทร์ บนฟากฟ้า เราจะสามารถบอกได้ว่า วันนั้นเป็นข้างขึ้นหรือข้างแรม และน้ำควรขึ้นเท่าใด เวลาใด น้ำขึ้นสูงสุดเวลาใด ลงสูงสุดเวลาใด เพราะสิ่งพื้นฐานเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักของการดำรงชีพของชาวประมงโดยตรง เช่น การเดินทาง ระหว่างฝั่งกับทะเล โดยจะต้องใช้ความสามารถคำนวนเวลาทั้งไปและกลับได้อย่างแม่นยำ
การกำหนดกิจกรรมทางทะเล ต้องดูจากดวงจันทร์ (เดือนมืด เดือนหงาย)
บางตำแหน่งถ้าน้ำลงมากก็ไม่สามารถนำเรือประมงเข้าฝั่งได้ หรือ ความสูงความตื้นของพื้นในร่องน้ำก็มีผลกับการเดินเรือ กับวันเวลาของค่ำคืนเดือนมืดกับคืนเดือนหงายทั้งสิ้น คนทะเลจึงมีความรอบรู้กับธรรมชาติที่จำเป็นต้องศึกษาอีกมากมาย หรือการกำหนดกิจกรรมการออกทำประมง ในค่ำคืนเดือนหงาย สัตว์ทะเล จำพวกหมึกชอบหากินหน้าน้ำในช่วงคืนเดือนหงาย มาก แต่กลับกัน เรือประมงที่ทำอวนติด อวนดำคืออวนที่ใช้สำหรับจับปลาเดือนมืดเท่านั้น เช่นปลาทู ปลาโอ ปลาอินทรีย์ ก็ต้องหยุดการออกหาปลาเพราะออกไปก็ไม่สามารถจับปลาประเภทนี้ได้ เพราะจากเหตุที่แสงสว่างในทะเลมากเกินไป ไม่สามารถมองเห็นฝูงปลา หรือพรายน้ำได้ ต้องหาเดือนที่อยู่บนฟ้าไม่นาน หรือคืนเดือนมืดเท่านั้น และอีกหลายปัจจัยที่นำมาประกอบ
เรือประมงอวนดำจับปลาทูเดือนมืดและจะหยุดเดือนหงาย (กำลังถ่ายปลา) แต่เดือนมืด-เดือนสว่าง เดือนสว่างเราเรียกอีกอย่างว่า " เดือนหงาย" และเดือนมืดเราเรียกว่า "เดือนคว่ำ " ซึ่งจะเป็นเหตุปัจจัยหลัก ในการกำหนดวันเวลา ในการออกหาปลาและวันหยุดซ่อมแซมอุปกรณ์หาปลาของคนทะเลหรือเข้าฝั่งเพื่อพักผ่อน ในช่วงเวลานี้แหละที่คนทะเล เรียก "หยุดหงาย" ช่วงเวลานี้เท่านั้น ที่ฝ่ายแม่บ้านริมฝั่งของครอบครัวชาวประมงอวนติด ก็จะเฝ้ารอคอยนับวัน ที่จะได้เจอครอบครัวเสียที ก็ในช่วงเวลานี้เท่านั้น |
| แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2011 เวลา 17:22 น. ) |




ข้อคิดเห็น
ติดตามข้อคิดเห็นนี้ในรูปแบบ RSS feeds