ป่าชายเลน พิมพ์ อีเมล



           ป่าชายเลน หรือป่าโกงกาง (Mangrove forest หรือ Intertidal forest) คือกลุ่มของสังคมพืชซึ่งขึ้นอยู่ในเขต   น้ำลงต่ำสุด และน้ำขึ้นสูงสุด บริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำหรืออ่าว ป่าชายเลนเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ทั้งพืชและสัตว์ ป่าชายเลนจึงให้            ประโยชน์แก่มนุษย์มากมาย ทั้งในด้านพลังงานและเป็นไม้ใช้สอย ตลอดจนเป็นแหล่งผลิตอาหารโปรตีน  ที่สำคัญ ป่าชายเลนยังเป็นที่วางไข่  เป็นแหล่งอาหาร และเป็นที่พักให้สัตว์น้ำเจริญเติบโต ส่งผลให้สัตว์น้ำที่เติบโตในพื้นที่ได้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจนานาชนิด

 

01


          นอกจากนี้ ป่าชายเลนยังช่วยป้องกันภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะเป็นเกราะกำบังและลดความรุนแรง ของคลื่นลมชายฝั่ง ช่วยดักตะกอนสิ่งปฏิกูลและสารพิษต่างๆ มิให้ไหลลงไปสะสมในบริเวณชายฝั่งและในทะเล ในปัจจุบันมีปัญหาหลายประการ ได้แก่ การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง แหล่งชุมชน แหล่งอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม และกิจกรรมอื่นอีกหลายประเภทได้ขยายไปสู่ชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าชายเลน จนทำให้ป่าชายเลนลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนน่าเป็นห่วง



ป่าชายเลนเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจำแนกได้ดังนี้

1. ในด้านป่าไม้ ไม้จากป่าชายเลนโดยเฉพาะไม้โกงกางนำมาทำฟืน เผาถ่าน ให้ถ่านที่มีคุณภาพดี ไม้ป่าชายเลนอีกหลายชนิดนำไปทำสิ่งก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และกลั่น เอาสารเคมีที่เป็นประโยชน์ เช่น แทนนิน แอลกอฮอล์ กรดน้ำส้ม และน้ำมันดิน

2. ในด้านการประมงป่าชายเลนเป็นแหล่งขยายพันธุ์ และที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด เช่น กุ้ง อันได้แก่ กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย โดยมีคนศึกษาพบว่าบริเวณป่าชายเลนประเทศไทย มีกุ้งชนิดต่างๆ ประมาณ 16 ชนิด สัตว์น้ำประเภทปลา เช่น ปลากะพงขาว ปลาเก๋า ปลากระบอก และปลานวลจันทร์ทะเล สัตว์น้ำประเภทหอย ได้แก่ หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยแครง และหอยกะพง สัตว์น้ำประเภทปู จะพบมากชนิด เช่น ปูแสม ปูทะเล และปูม้า เป็นต้น

3. ในด้านสิ่งแวดล้อมป่าชายเลน มีความสำคัญในด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งทะเลโดยเฉพาะช่วยลดภาระน้ำเสีย และยังช่วยทำให้เกิดการงอกของแผ่นดินขยายออกไปสู่ทะเลอีกด้วย

 

02



ห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศป่าชายเลน

          ระบบนิเวศน์วิทยาที่เกิดขึ้นในป่าชายเลนนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่มีต่อกันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งแวดล้อม พืชพรรณธรรมชาติชนิดต่าง ๆ เมื่อได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงจะทำให้เกิดอินทรียวัตถุและการเจริญเติบโต กลายเป็นผู้ผลิต (producers) ของระบบส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ นอกเหนือจากมนุษย์นำไปใช้ประโยชน์แล้ว ส่วนต่างๆของต้นก็จะร่วงหล่นทับถมในน้ำและในดิน ในที่สุดก็จะกลายเป็นแร่ธาตุของพวกจุลชีวัน เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา แพลงก์ตอน ตลอดจนสัตว์เล็ก ๆ หน้าดิน ที่เรียกกลุ่มนี้ว่า ผู้บริโภคของระบบ (detritus consumers) พวกจุลชีวันเหล่านี้จะเจริญเติบโตกลายเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำเล็ก ๆ อื่น ๆ และสัตว์เล็ก ๆ เหล่านี้ จะเจริญเติบโตเป็นอาหารของพวกกุ้ง ปู และปลาขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับของอาหาร (tropic levels) นอกจากนี้ ใบไม้ที่ตกหล่นโคนต้น  อาจเป็นอาหารโดยตรงของสัตว์น้ำ (litter feeding) ก็ได้ ซึ่งทั้งหมดจะเกิดเป็นห่วงโซ่อาหารขึ้น ในระบบนิเวศป่าชายเลน และโดยธรรมชาติแล้วจะมีความสมดุลในตัวของมันเอง แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็จะเป็นผลทำให้ระบบ ความสัมพันธ์นี้ถูกทำลายลง จนเกิดเป็นผลเสียขึ้นได้ เช่น ถ้าหากพื้นที่ป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลาย จำนวนสัตว์น้ำก็จะลดลงตามไปด้วยตลอดจนอาจเกิดการเน่าเสียของน้ำ
ใน ปัจจุบัน พื้นที่ของป่าชายเลนลดน้อยลง อย่างรวดเร็ว ทั้งด้านอาชีพบุกรุก ทำนากุ้ง หรือการเผาถ่าน หรือ ภาวะกัดเซาะหน้าดินของคลื่นลมทำให้ ดินชายฝั่งร่นถอยเข้าไปในฝั่งเป็นระยะทางที่มากพอสมควร


 

03
 


การอยู่ร่วมกันระหว่างป่ากับชีวิตของผู้คนริมน้ำ เป็นการผสมผสานระหว่างธรรมชาติกับชีวิต ของกันและกัน เด็กๆสามารถมีชีวิตร่วมกับป่าได้ การใช้ชีวิตในการยังชีพ มีการหาสัตว์น้ำเพื่อจำหน่าย  ซึ่งเป็นวิถีชีวิต อย่างนี้ สืบมาตั่งแต่โบราณ  แต่ปัจจุบันได้เสื่อมโทรมลงไปอย่างรวดเร็ว

ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นถึงประโยชน์ของป่าชายเลน และปัญหาเบื้องต้นดังที่กล่าวมา  จึงได้ทดลองโดยให้หน่วยงานรัฐภาคประมง ทำการก่อสร้างสวนใผ่ป้องกันผลกระทบของคลื่นริมชายฝั่ง ที่ จ.สมุทรสาคร และจังหวัดในแนวพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งปัจุบันได้ผล เป็นอันมาก เกิดดินงอกเพิ่มพื้นที่ชายเลน  และสัตว์น้ำเข้ามาวางไข่กันเป็นจำนวนมาก สามารถเพิ่มสัตว์น้ำเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล ระบบนิเวศน์ในพื้นที่จึงเกิดความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น

ประโยชน์ของป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งพลังงานและอาหาร

1. เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ตามธรรมชาติ
2. เป็นเครื่องป้องกันแนวชายฝั่งทะเล
3. ควบคุมการกัดเซาะพังทลาย
4. เพื่อซับน้ำเสีย
5. เป็นแนวกำบังกระแสน้ำเชี่ยวที่ปากแม่น้ำและพายุหมุน
6. เป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตภัณฑ์จากไม้
7. เป็นแหล่งเชื้อเพลิง
8. เป็นแหล่งวัสดุก่อสร้าง
9. เป็นแหล่งวัตถุดิบสิ่งทอและหนังสัตว์
10. เป็นแหล่งอาหาร ยา และเครื่องดื่ม
11. การผลิตกรดจากเปลือกไม้ (tannin)
12. การทำเหมืองแร่ดีบุกในบริเวณป่าชายเลน
13. ให้ผลผลิตน้ำเย็นในระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม
14. ให้ผลผลิตเกลือ
15. ให้ผลผลิตมวลชีวภาพ (biomass) แก่แหล่งประมงชายฝั่งเพราะสัตว์น้ำจะทำพื้นที่นี้ให้เป็นที่พักอาศัยของลูก ปลาและลูกกุ้ง   ให้ผลผลิตมวลชีวภาพสำหรับการเลี้ยงหอยแมลงภู่และปลาหลาก หลายชนิด

 

 

04

--------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.panyathai.or.th คลังปัญญาไทย


แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2011 เวลา 17:42 น. )
 

ลิขสิทธิ์ © 2010 Seafoodlife ทะเลสดใหม่ อ่าวไทยเราเอง. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.

 


BLOG COMMENTS POWERED BY DISQUS